5 วิธีการขจัดความเคลียดที่ดีและได้ผล


 

สวัสดีคะ สบายดีกันหรือเปล่าคะ หวังว่าทุกท่านคงสบายดีกันนะคะ ที่ถามแบบนี้ เพราะครั้งนี้จะชวนกันเรียนรู้เรื่องปัญหาสุขภาพจิตกันคะ ในการดำเนินชีวิตของเรานั้น มีโอกาสต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เข้ามากระตุ้นได้อยู่ตลอดเวลา ทำให้บุคคลต้องใช้การตอบสนองต่างๆ เพื่อจัดการกับสิ่งที่มากระตุ้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถจะจัดการทุกเรื่อง ให้เป็นไปอย่างที่ทุกคนต้องการได้ สิ่งกระตุ้นที่มากจนจนกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก หรือเป็นปัญหาขนาดใหญ่ ก็อาจทำให้คนเราเกิดความเครียดขึ้นได้ค่ะ ความเครียด (stress) เป็นภาวะที่รบกวนการทำงานทางร่างกาย และจิตใจของบุคคลนั้นๆ และในเชิงการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ความเครียดในระดับเหมาะสม ก็อาจเป็นสิ่งจำเป็น ต่อประสิทธิภาพในการทำงานของบุคคล

แต่ย้ำนะคะ ว่าต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่มาก หรือยืดเยื้อเกินไป เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น จะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายและจิตใจได้ ยกตัวอย่างเช่น สกายไม่เก่งวิชาสถิติ แต่วิชาบังคับที่ต้องเรียน เขามีความเครียด และกลัวจะเรียนไม่รู้เรื่อง เลยพยายามตั้งใจเรียนและทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ ตัวอย่างนี้น่าจะทำให้เห็นถึงประโยชน์ของความเครียด ในระดับที่เหมาะสมได้บ้างนะคะ แต่ในความเครียดระดับที่รุนแรง หรือยืดเยื้อ ก็สามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อทั้งร่างกายและจิตใจได้เช่นกัน

ยกตัวอย่าง สกายคนเดิมที่ไม่เก่งวิชาสถิติเลย แต่จำเป็นต้องเรียน แถมไม่กล้าถามอาจารย์ และไม่มีเพื่อนช่วยติวด้วย เวลาเรียนเขาไม่มีสมาธิ รู้สึกใจเต้นแรงเมื่ออาจารย์ถาม ยิ่งใกล้สอบ เขาก็ยิ่งปวดหัว ไม่อยากเรียน ไม่อยากสอบเลย โธ่..น่าสงสารสกายนะคะ นี่คงจะเครียดกับการเรียนมากเลย ความเครียดระดับนี้ไม่ดีต่อสกายแน่นอนค่ะ

ดังนั้นเรามาหาวิธีจัดการความเครียด เผื่อถ้าเจอเพื่อนที่คล้ายๆ สกาย เราอาจจะช่วยเขาได้ หรือไม่อีกที เผื่อเราเป็นแบบสกาย เราจะได้ดูแลตัวเองได้ค่ะ เราทุกคนมีความเครียดด้วยกันทั้งสิ้น มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันออกไป และแต่ละคน ก็แสดงออกไม่เหมือนกัน การจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม จึงเป็นทักษะที่ควรฝึกฝน เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และอาจจะช่วยผู้อื่นได้ด้วยค่ะ

ต่อไปนี้จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการรับมือกับความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

ข้อที่ 1 ขอความช่วยเหลือ เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังมีเรื่องที่เป็นทุกข์ ไม่สบายใจ แก้ไขด้วยตนเองไม่ได้ เราอาจขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ ซึ่งอาจเป็นคนที่รักเรา เช่น พ่อแม่ ญาติ ครู หรือเพื่อน หรืออาจเป็นผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ หรือคนที่มีความสามารถในการแก้ปัญหานั้นๆ ยกตัวอย่างของสกาย เขาอาจขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ หรือเพื่อนที่เก่งวิชาสถิติก็ได้ค่ะ

ข้อที่ 2 ใช้เทคนิคการจัดการกับความเครียดเบื้องต้น หายใจลึกๆ อย่าเพิ่งสติแตก เวลาไม่พอใจ โกรธ หรือเศร้า ก่อนจะระเบิดมันออกมา ลองพูดออกมาว่ารู้สึกอย่างไรก่อน เช่น “ฉันโมโหมากแล้วนะ” จะช่วยให้มีสติมากขึ้น และสามารถหาทางระบายออกได้เหมาะสม นอกจากนี้ เราอาจใช้วิธีการต่างๆ ที่จะทำให้อารมณ์ของเราดีขึ้น เช่น การฝึกการหายใจ ฟังเพลง เขียนบันทึกคุยกับเพื่อน เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือออกกำลังกาย

ข้อที่ 3 อย่าเอาทุกอย่างมาลงที่ตัวเอง เทคนิคนี้เป็นการบอกว่า เมื่อเกิดความทุกข์ หลายคนมีแนวโน้มที่จะแบกรับทุกอย่างไว้ตามลำพัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่พึงกระทำ เราควรรักและดูแลตัวเอง ด้วยการไม่ลืมว่า ยังมีคนที่รักและเป็นห่วงเราอยู่ หากเราต้องการการปลอบโยนหรือคำพูดที่ให้กำลังใจ จงเปิดโอกาสให้ตัวเองได้รับสิ่งเหล่านั้น เพื่อที่จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาของความยุ่งยากไปได้ค่ะ

ข้อที่ 4 การแก้ปัญหา หลังจากที่เราสบายใจขึ้นแล้ว ก็มาถึงช่วงเวลา ที่เราต้องจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเราจะต้องทำความเข้าใจว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และจัดการกับสิ่งนั้น เราอาจไม่สามารถแก้ไขให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่อย่างน้อย ก็สามารถแก้ไขปัญหาบางอย่างที่พอทำได้ในเวลานั้น

ข้อที่ 5 คิดในแง่บวก ความเครียดไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป ในขณะที่เราทุกข์ ดูเหมือนว่าความไม่สบายจะไม่มีวันสิ้นสุดลง แต่ในความเป็นจริง ความเครียดและความทุกข์ ก็มีวันหมดไปได้เช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆ ที่เข้ามาและจากไปเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเราเริ่มมองเห็นว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และได้ลงมือจัดการแม้เพียงเล็กน้อย ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี และความเครียดก็จะค่อยๆหมดลงไปด้วยเช่นกัน

วิธีการทั้ง 5 ข้อนี้ ไม่ใช่คาถาวิเศษ ที่จะลบความเครียดออกจากเราทันที ต้องใช้เวลาฝึกฝน ทำซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง ตราบใดที่เรามีกำลังใจที่เข้มแข็ง และพยายามมองเหตุการณ์ได้ในหลายแง่มุม ตลอดช่วงเวลาของความยุ่งยาก ยิ่งเราฝึกปฏิบัติได้บ่อยเท่าใด เราก็จะมีทักษะในการจัดการกับความเครียด ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ

 

สวัสดีครับ เนื้อหาทั้งหมดนี้ก็คือคำบรรยายของคลิปวีดีโอนี้นะครับ เนื้อหาดีๆ นำมาฝากครับ จะนำคลิปวีดีโอ ดีๆ นำมาฝากเรื่อยๆ นะครับ อย่าลืมช่วยกันกดติดตามคลิปวีดีโอด้านบนด้วยนะครับ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าของคลิปด้วยนะครับผม