ความรู้เรื่องเพชร


"เพชร" คือ อะไร

เพชร เป็นแร่ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีความแข็งมากที่สุด ถ้าเทียบกับแร่ชนิดอื่นๆ จะมีมาตรวัดความแข็งของแร่เอาไว้ แล้วพบว่าเพชร สูงเป็นอันดับที่ 10 เลย มาตรวัดความแข็งที่เราใช้โดยทั่วไป ทั่วโลกที่ใช้กัน ก็จะมีสเกลตั้งแต่ 1 - 10 และเพชรเป็นแร่ที่มีความแข็งมากที่สุด คือแข็งเท่ากับ 10 แข็งกว่าแร่ตัวอื่นๆ สามารถขูด-ขีด ทำให้แร่ตัวที่อ่อนกว่าเป็นรอยได้ แล้วสามารถขูด-ขีด เพชรด้วยกันเองให้เป็นรอยได้เหมือนกัน เพชร ถ้าเป็นเพชรในลักษณะที่เป็นเพชรดิบ ที่ยังไม่เจียระไนก็จะเป็นลักษณะที่เป็นก้อนผลึก ปิรามิตที่เป็นฐานสี่เหลี่ยม หัว-ท้ายมาชนกัน ป็นปิรามิตแหลมๆ เป็นแบบก้อนผลึกที่เป็นธรรมชาติ ยังไม่เจียระไน และขึ้นอยู่กับว่า เพชรเป็นการสะสมตัวที่เราพบ พบแบบไหน ถ้าพบติดอยู่กับหิน รูปผลึกจะยังสมบูรณ์ชัดเจนอยู่ ถ้าเกิดว่า พบว่ามาสะสมตัวใน ธารน้ำหรือในที่ๆต่ำกว่าจากแหล่งต้นกำเนิดเดิม อาจมาจากหินต้นกำเนิดผุพัง และเพชรก็ถูกพามาสะสมตัว จะมีการเหมือนกับถูกเสียดสี ขัดถู ระหว่างการเดินทาง ก่อนที่จะมาถึงแหล่งสะสมตัว ทำให้รูปร่างของเพชร อาจมีการเปลี่ยนแปลง เพราะระหว่างการเดินทางก็มีการขูด-ขีด กับเพชรด้วยกันเอง ก็อาจจะกลมมนลงไปอีก แล้วก็ผิว ปกติแล้วเพชรก็จีมความวาวเฉพาะตัวของเพชรเอง เราเรียกว่า วาวแบบเพชรหรือว่าAdamantine lustre ซึ่งจะทำให้เราสามารถแยกเพชรออกจากกรวด ออกจากแร่อื่นๆที่อยู่ปนกันในบริเวณเดียวกันได้

 

กำเนิดเพชร

เพชรเป็นธาตุคาร์บอน องค์ประกอบทางเคมี คือมีคาร์บอนล้วนๆเลย เกิดระดับลึกมากๆใต้เปลือกโลก มากกว่า 200-250 กิโลเมตร ใต้ผิวโลก เกิดขึ้นมาก่อน ฟอร์มตัวขึ้นก่อนที่ความดันและอุณหภูมิสูง จากนั้นสะสมตัวอยู่ที่ใต้เปลือกโลกของเรา พอเกิดการถูกพาขึ้นมาโดยแม็กม่า เวลาที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก มีการแยกตัวของแผ่นเปลือกโลก และมีแม็กม่าเหมือนภูเขาไฟระเบิด และมีปล่องหินนำเพชรก็จะเปลี่ยนมวลร้อนเหลว หรือแม็กม่าพาเพชรขึ้นมาด้วย ก็จะใช่เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง จากระดับลึกมากๆ ขึ้นมาที่ผิวโลกของเรา เนื่องจากเพชรเป็นคาร์บอน องค์ประกอบทางเคมี เหมือนแกรไฟต์ที่ใช้ทำใส้ดินสอ เพียงแต่แกรไฟต์เกิดที่อุณหภูมิและความดันต่ำกว่า ดั้งนั้นการเดินทาง ถูกพัดพาขึ้นมาจากผิวโลกของเพชร ถ้าเกิดใช้เวลานานๆ อุณหภูมิเปลี่ยน ความดันเปลี่ยน มันลดลงอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะมีการเปลี่ยนชนิดของแร่ เปลี่ยนสารออกไป ดังนั้นถ้าเกิดพาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขึ้นมาและมาสะสมตัวข้างบนอีกทีหนึ่ง ก็เกิดขึ้นโดยทางธรณีวิทยาที่มีการเปลี่ยนแปลง คือในเวลาตกผลึกสะสมตัวก็นานมาก เพียงแต่ว่าเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว แล้วการที่ถูกนำขึ้นมา มันคือการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ที่พาเพชรขึ้นมา

 

ประเภทของเพชร

ถ้าเราแบ่งคร่าวๆ อาจจะเป็น อันแรกเลยแบ่งเป็น เพชรธรรมชาติ ก็จะแบ่งเป็น เพชรไร้สีแบบที่เราใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน จริงๆแล้วก็จะมีตั้งแต่ ไร้สีไปจนค่อยๆเหลืองขึ้นทีละนิดๆ อีกกลุ่มหนึ่งก็จะเป็น เพชรสีแฟนซี ซึ่งเพชรสีแฟนซีก็จะเป็นกลุ่มที่ หายาก แล้วก็นานๆถึงจะเจอ ควบคุมไม่ได้เลยว่าจะต้องการความเข้มแบบนี้ สีขนาดนั้น คือเมื่อได้มาขนาดของเพชรจะใหญ่ จะน้ำหนักเท่าไหร่ ควบคุมไม่ได้เลย มาอย่างไรแล้วก็เจียระไนให้ได้ความสวยงาม และน้ำหนักมากที่สุด แล้วก็ซื้อขายกันด้วยราคาที่ไม่มีเกรดมาตรฐานเลย ถ้าเป็นสีแฟนซี คือแล้วแต่ความพึงพอใจของผู้ซื้อกับผู้ขาย เลยว่า สีนี้ เม็ดใหญ่ขนาดนนี้ แล้วจะขายเท่านี้ผู้ซื้อพึงพอใจกับเงินที่เราต้องจ่ายไป เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของสิ่งนี้หรือเปล่า ถ้าจะเป็นเพชรไร้สีจนเกือบไร้สี ที่เราใช้อยู่ปกติ ก็จะมีราคากลางที่เป็นตัวควบคุมเอาไว้ เบื้องต้นค่ะ จากเพชรธรรมชาติไปแล้ว ก็จะมีกลุ่มเพชรปรับปรุงคุณภาพ อันนี้ก็จะเอาเพชรธรรมชาติ ที่คุณภาพไม่ดี อาจจะสีไม่สวย สีแทนที่จะไม่เป็นสีแฟนซีไปเลยก็ขาวไปเลย อันนี้เป็นสีที่ไม่สวยพอ ที่เราจะเอามาทำเป็นเครื่องประดับ อาจจะเป็นน้ำตาลมากเกินไป หรือว่าอาจจะเหลืองก็ไม่เหลืองแฟนซี เป็นเหลืองปนน้ำตาล เค้าก็มาปรับปรุงคุณภาพด้วยการอาบรังสี เพื่อที่ทำให้ได้สีที่สวยงามมากขึ้น หรือว่าเอามาปรับปรุงคุณภาพด้วยกระบวนการ ความร้อนความดันสูง High-pressure High-temperature Treatment ก็จะปรับจากสีน้ำตาล ให้เป็นสีไร้สี เป็นใสไม่มีมี เพิ่มมูลค่า เพราะว่าเพชร ที่ใสไม่มีสีก็จะมีราคาดีกว่าเพชรสีน้ำตาล เพชรสีน้ำตาลบางทีเอามาทำเครื่องประดับ มันก็ทำให้ดูไม่สวยงาม อาจจะต้องทำเพชรอุตสาหกรรมแทน เป็นการเพิ่มมูลค่าของเพชร แล้วอีกกลุ่มหนึ่ง จะเป็นเพชรเลียนแบบ เพชรเลียนแบบ คืออะไรก็ได้เป็นแร่ตัวอื่นๆ มีลักษณะปรากฎเหมือนกับเพชรธรรมชาติ เช่น เอาพลอยแซฟไฟร์ก็จะเป็นแร่อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งแข็งรองลงมาจากเพชร เอาพลอยแซฟไฟร์ที่ใสไม่มีสีมาเจียระไน และใช้เลียนแบบเพชร หรือว่าเอาพลอเพทายใสไม่มีสี มาเจียระไนมช้เลียนแบบเพชร อะไรที่มีหน้าตาดูเผินๆแล้วเหมือนๆกัน เช่น ใสเหมือนกัน มีความวาวคล้ายๆกัน เอามาใช้เลียนแบบ เพราะว่าราคาถูกกว่า ถ้าเผื่อว่าซื้อเพชรเม็ดใหญ่ ราคาอาจจะสูง แล้วเราเข้าไม่ถึง เราอาจจะใช้แร่ตัวอื่นที่มันมีหน้าตาคล้ายคลึงมาใช้แทน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่อาจจะชอบใส่เครื่องประดับหรือชอบใส่เพชร เพียงแต่ว่า เป็นเพชรเม็ดใหญ่หายากหรือว่ามูลค่าสูงเกินไป เรารู้สึกว่ามันมากเกินไปสำหรับเรา เราก็ใช้อย่างอื่นเลียนแบบแทน เราเรียกว่าเพชรเลียนแบบเพราะว่า มันมีได้ทั้งของปลอมและของจริง คือหมายถึงเป็นแร่จริงๆก็มีหรือว่าเป็นแบบใช้แก้ว ใช้กระจก หรือใช้สารสังเคราะห์ เป็นพวก Cubic Zirconia ที่เอามาทำเพชร ที่เราเรียกภาษาไทยว่า เพชรรัสเซีย ที่มาทำเครื่องประดับปลอม อันนั้นถือว่าเป็นของปลอม ถ้าเผื่อว่าเป็นแร่ชนิดอื่นๆ เช่น เอาเพทายไร้สีหรือว่าแซฟไฟร์แบบไม่มีสี เราถือว่าเป็นแร่เหมืิอนกัน แต่ว่ามันไม่ใช่เพชร ก็อยู่ในกลุ่มเพชรเลียนแบบ แต่ว่าไม่ใช่เพชรสังเคราะห์ ส่วนกลุ่มสุดท้ายจะเป็น เพชรสังเคราะห์ คือเรารู้ว่าเพชรธรรมชาติ องค์ประกอบทางเคมีเป็น ธาตุคาร์บอน เราก็เอาคาร์บอนมาสังเคราะห์ด้วยอุณหภูมิและความดันสูงๆ คือเลียนแบบกระบวนการทางธรรมชาติ เพื่อให้ได้เพชรขึ้นมาโดยไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ แต่ว่าเกิดในห้องปฎิบัติการ แล้วก็เอาเพชรสังเคราะห์มาใช้ประโยชน์ ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาจจะมาทำอุปกรณ์การแพทย์ หรือว่าเอามาทำเครื่องประดับก็ยังได้ เพียงแต่ว่าที่เราไม่เจอเพชรสังเคราะห์แพร่หลายในท้องตลาด ก็เพราะว่าต้นทุนในการสังเคราะห์ ต้องใช้อุปกรณ์ใช้เครื่องมือที่ลงทุนสูง และค่าใช้จ่ายต้นทุนค่อนข้างสูง ที่จะทำออกมาเพื่อมาใช้เป็นเครื่องประดับ ก็ใช้ของจริงเลยดีกว่า

 

วิธีวัดขนาดและน้ำหนักเพชร

วิธีการช่างน้ำหนัก ก็มีเครื่องชั่งแล้วแต่ว่าต้องการความแม่นยำขนาดไหน อาจจะมีเครื่องชั่งแบบพกพา ขนาดเล็กกว่าโทรศัพท์มือถือ ก็พกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้ ชั่งลงไปก็จะได้ น้ำหนักเป็นจุดทศนิยม 2 ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับความแม่นยำที่ต้องการ หรือว่าเป็นเครื่องชั่งขนาดใหญ่ ที่เป็นมาตรฐานในห้องปฎิบัติการ ก็จะได้ความแม่นยำที่ดีกว่า ชัดเจนกว่า ส่วนการวัดขนาดก็จะมีอุปกรณ์ที่วัดขนาด ก็จะวัดความกว้าง ความยาว ความสูงของเพชร ทั้งเพชรที่ยังไม่เข้าตัวเรือนหรือว่าเพชรที่อยู่ในตัวเรือนแล้ว ก็สามารถใช้อุปกรณ์วัดความยาว ความสูง ความกว้างของเพชรได้ และก็มาคำนวณกับเพื่อหาน้ำหนักได้ด้วย เป็นตัวอย่างการวัดขนาดของเพชร สมมุติว่าเป็นเพชรที่อยู่ในตัวเรือน สามารถวัดความสูงของเพชร เรากำลังวัดเพชรเม็ดกลาง วัดความสูงของเพชร เม็ดกลางก็จะมีตัวเลขที่เป็นเลขดิจิตอล ขึ้นมาว่ามีความยาวกี่มิลลิเมตร ประมาณ 7 มิลลิเมตร ความกว้าง ประมาณ 5.7 มิลลิเมตร จะเป็นตัวเลขคร่าวๆ เพราะเพชรอยู่ในตัวเรือนไปแล้ว ก็อาจจะไม่ใช่ค่าขนาดที่ถูกต้องเป๊ะๆ และก็ความสูงของเพชร ประมาณ 1.99 มิลลิเมตร ตัวอย่างที่ยังไม่เข้าตัวเรือน เป็นรูปร่างกลมและก็จะหาเส้นผ่าศูนย์กลางของเพชร โดยการวางคว่ำหน้าลงไปและหนีบ ก็จะเห็นตัวเลขขึ้นมาเป็นสเกลว่าเป็น ประมาณ 4.52 มิลลิเมตร แต่ว่าจะไม่วัดครั้งเดียวจะหมุนไปรอบๆ ดูว่าเพชรของเรา เป็น 4.53 มิลลิเมตร จริงๆแล้วที่เรามองเห็นว่ากลม อาจจะไม่กลมไปทั้งเม็ด ก็จะมีค่าผิดพลาดอยู่นิดหน่อย จะประมาน 4.51 มิลลิเมตร และจะเอาค่าทั้งหมด มาเฉลี่ยเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย หรือในใบ certificate อาจจะบอกว่า เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณตั้งแต่ 4.51-4.53 มิลลิเมตร ออกมาเป็นช่วง เพราะว่าเราจะไม่ได้วัดครั้งเดียว และส่วนของความสูง ก็จะได้ความสูงของเพชร 2.78 มิลลิเมตร

 

เพชรทำอะไรได้บ้าง?

หลักๆที่เราคุ้นเคยกัน คือเอามาทำเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็น แหวน ต่างหู สร้อย จี้ ก็ทำมาจากเพชรรูปแบบต่างๆ และก็อีกส่วนหนึ่ง เพชรที่คุณภาพไม่ดี ยังไม่เหมาะที่เอามาทำเครื่องประดับ ก็จะเอาไปใช้งานอุตสาหกรรม เป็นเพชรอุตสาหกรรม เป็นหัวขุดเจาะ เนื่องจากเพชรเป็นแร่ที่มีความแข็งค่อนข้างมาก ก็ใช้คุณสมบัติความแข็ง ของแร่เป็นผงขัด เป็นที่ตัด-กรีดกระจก เพราะว่ามันมีความแข็งก็ใช้คุณสมบัติ เป็นตัว ตัด ขัด เจาะ ก็อาจจะอยู่ในรูปของลักษณะเป็น ผงเพชรอยู่ในตัวของเหลว หรือลักษณะเป็นครีมและเคลือบอยู่บนวัสถุที่เราใช้ เช่น ต้องการเอามาเคลือบอยู่บนใบมีด ใบเลื่อย เพื่อให้เกิดความคมและตัดวัสถุอย่างอื่น หรือว่าเป็นผงขัด ที่มีลักษณะของเหลวที่มีผงเพชรอยู่ และมาทาบนเครื่องจักรที่เราจะใช้ขัดวัสถุอื่น ขัดของที่มีความแข็งน้อยกว่า ให้เงาให้เกิดความมัน เช่น เอาผงขัดเพชรและเอามาเจียระไนพลอย พลอยมีความแข็งน้อยกว่า ก็จะเกิดความเงา วาว เพราะว่าเป็นแร่ที่ อย่างที่บอกไปว่า เป็นแร่ที่มีความแข็งมาก มีความคงทนและเป็นที่นิยม อยากเอามาทำแหวนแต่งงาน ทำเครื่องประดับ รู้สึกว่า เคยได้ยินประโยคที่เขาบอกว่า เพชรเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง Diamonds are a girl’s best friend มันเป็นการตลาดที่ทำให้สื่อออกไป ทำให้คนรู้สึกว่ามันแข็งและก็ใสบริสุทธิ์ มีคุณค่าทางจิตใจ และใส่แหวนเพชรไว้ที่นิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งเส้นเลือดพุ่งตรงไปสู่หัวใจ ทำให้รู้สึกดี เป็นสัญลักษณ์ เป็นแร่ทีี่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีใดๆ เพราะว่ามันแข็งด้วย เราสามารถทำเครื่องประดับที่ใส่อยู่ได้ทุกวันๆ โดยที่อาจจะไม่ต้องระวังมาก ถ้าเกิดว่าเป็นพลอยชนิดอื่น หรือแร่ตัวอื่นที่แข็งน้อยๆ บางทีเอามาทำแหวน ชีวิตประจำวันของเรา เขียนหนังสือ ทำงานบ้าน ทำอะไรต่างๆ อาจจะมีการกระแทก กระทบ และเกิดรอยกระเทาะได้ง่าย แต่สำหรัยเพชรค่อนข้างแข็ง ถ้าไม่ได้ไปกระแทกแรงๆ เรื่องของการเกิดริ้วรอยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ก็ไม่เป็นอะไร หรือว่าการใช้น้ำหอม ถ้าเกิดว่าเป็นอัญมณีบางตัวอาจต้องระวัง ว่าใช้น้ำหอมมีสารเคมีมาโดน แล้วทำให้ความวาว ความสวยมันเสียไป แต่สำหรับเพชรไม่ทำปฏิกิริยา ก็จะเป็นการดูแลรักษาแบบปกติ

 

แหล่งเพชรที่สำคัญของโลกและในไทย

แหล่งสำคัญๆ ก็จะมีแถว แอฟริกา แคนาดา ก็มีแหล่งเพชรอยู่เยอะ แล้วก็ออสเตรเลีย ก็จะมีเหมืองเพชรอยู่ ในอดีตจะมีเหมืองหนึ่งของออสเตรเลีย ที่ชื่อเหมืองอาร์ไกล์ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องเพชรสี เช่น สีชมพู สีแชมเปญ มาจากเหมืองนี้ ค่อนข้างมีชื่อเสียง ในประเทศไทย เมื่อก่อนแถวภาคใต้ ภูเก็ต พังงา ก็จะมีแต่ไม่ใช่แหล่ง เพชรโดยตรง จะเป็นแหล่งดีบุก ก็จะมีการทำเหมืองดีบุกในทะเล จะมีเรือออกไปในทะเล และไปขุดแร่ดีบุกและแต่งแร่ดีบุก เพชรก็จะเป็นแร่พลอยได้ที่ได้มาจากตรงนั้น เพชรได้ก็จะมีตั้งแต่ขนาดที่ใหญ่ไปจนถึงเล็ก ทีนี้การสะสมตัวของเพชรจะอยู่ในทะเล ถือว่าเป็นการสะสมตัวทุติยภูมิ คือไม่ได้จากต้นกำเนิดประถมภูมิซะทีเดียว แต่เป็นการถูกพัดพามาสะสมตัวรวมกัน ลักษณะผลึกจะค่อนข้างกลมมน เนื่องจากมีการถูกพัดพาด้วยกระแสน้ำ ด้วยอะไรต่างๆ และก็มาสะสมตัวรวมกันอยู่ใต้ทะเล ไม่ทราบว่าในทะเลลึกๆ ก็อาจจะมีหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ว่าปริมาณไม่ได้มาก คุ้มทุนที่จะลงทุนไปทำเหมืองเพชรโดยเฉพาะอย่างในอดีต คือทำเหมืองดีบุกกันและก็ได้เพชรขึ้นมา ในประเทศเพื่อนบ้านแถวๆ พม่า ก็จะมีสายแร่ที่อาจจะมีความเป็นไปได้ ที่จะเป็นสายเดียวกันหรือเปล่า ก็จะมีนักธรณีวิทยาที่กำลังศึกษาอยู่ ปริมาณที่พบ ไม่ได้มากพอที่คุ้มทุนที่จะลงทุนไปขุดทำเหมือง เป็นตัวอย่างเพชร จากภาคใต้ของไทย ก็จะมีขนาดตั้งแต่ค่อนข้างใหญ่ อันนี้ประมาณ 50 สตางค์ 0.56 กะรัต และมีทั้งขนาดเล็กประมาณเม็ดหนึ่ง 0.1 กะรัต ผลึกเพชรธรรมชาติ สังเกตุว่าจะมีความวาว ที่พอเห็นแล้วเรารู้สึกสะดุดตา ถ้าเผื่อเป็นก้อนกรวด ก้อนหินหรือแร่ตัวอื่น ที่มีความวาวน้อยกว่า มาวางข้างๆ จะรู้สึกถึงความแตกต่างเลย อันนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้คัดแยก อันนี้เป็นตัวอย่างเพชรจากภาคใต้ของประเทศไทย เมื่อก่อนที่ทำเหมืองดีบุก และเจอเพชรปนมากับกรวดทรายใต้ท้องทะเล และรู้ได้อย่างไร ดูประกาย ความวาว และสะดุดตาขึ้นมาเลย มันมีความวาวที่เฉพาะตัว เนื่องจากเป็นการสะสมตัวแบบทุติยภูมิ ผ่านการพัดพามาสะสมตัวจากที่อื่น ก็จะมีการถูกกัดกร่อนมา หรือว่าขัดถูหน้าผลึกมา หน้าผลึกตามธรรมชาติทฤษฎี เสียไปแล้วก็จะเห็นผลึกค่อนข้างกลมมน

 

เนื้อหาด้านบน นำมาจากคำบรรยายของคลิป Youtube นะครับ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดตามด้วยครับผม