แนวทางในการสร้างโรงเรือนกล้วยไม้


 

สำหรับคนที่รักกล้วยไม้นะคะ ครั้งนี้จะขอพูดถึงเรื่องของหลักการสร้างโรงเรือนกล้วยไม้นะคะ โดยเนื้อหานี้ก็จะมีทั้งเรื่องของความสูงว่าควรมีความสูงเท่าไหร่ ควรใช้หลังคาเป็นแบบไหน พื้นแบบไหน และรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งเนื้อด้านล่างนี้ก็เป็นคำบรรยายที่อยู่ในคลิปวีดีโอนี้นะคะ ถ้าไม่อ่านเนื้อหาก็ดูคลิปวีดีโอเพียงอย่างเดียวก็ได้ค่ะ ดูแล้วก็อย่าลืมกดติดตามวีดีโอเป็นกำลังใจให้เจ้าของคลิปด้วยนะคะ

การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ โดยทั่วไปแล้ว จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้ปลูกเลี้ยง ว่ากล้วยไม้ที่ท่านปลูกเลี้ยงมีความต้องการ ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตมากน้อยแค่ไหนนะคะ โดยทั่วไปการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้นั้น อาจจะแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มได้นะคะ โดยกลุ่มแรกคือคนที่ปลูกเลี้ยงเป็นงานอดิเรกจากความชอบของกล้วยไม้ กับอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เป็นการค้า

แต่จริงๆแล้วในสิ่งที่เราจะพูดถึงกันทั่วๆในวันนี้ จะเป็นการพูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้นะคะ และก็บ้านที่กล้วยไม้ต้องไปอยู่อาศัย ว่าบ้านที่กล้วยไม้นั้นต้องไปอยู่อาศัยนั้นควรจะมีลักษณะอย่างไรนะคะ จากตอนที่แล้วนะคะ เราได้พูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในหรือปัจจัยภายนอก อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ก็คือ บ้านที่กล้วยไม้อยู่อาศัยนะคะ โดยทั่วไปเราไม่เรียกบ้านของกล้วยไม้ เราเรียกว่าโรงเรือนกล้วยไม้

โดยทั่วไปโรงเรือนของกล้วยไม้ จะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้กล้วยไม้นั้น สามารถเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่นั้น เดี๋ยววันนี้เราจะมาคุยกัน และโรงเรือนที่ดีสำหรับกล้วยไม้นั้นควรมีลักษณะอย่างไรบ้างนคะ ในการออกแบบโรงเรือนนะคะ ส่วนของหลังคาและความสูงของโรงเรือนเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญมาก โดยทั่วไปแล้วโดยเฉพาะในเขตทางภาคเหนือของประเทศไทย โรงเรือนควรจะสูง 3-4 เมตร

หลังคาของโรงเรือนกล้วยไม้จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆด้วยกัน แบบแรกคือหลังคาแบน ซึ่งลักษณะโรงเรือนแบบนี้จะนิยมทำเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ เพื่อที่จะปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เป็นจำนวนมาก หลังคาแบนนี้จะแนะนำให้ว่า ถ้าท่านปลูกโรงเรือนขนาดใหญ่แล้ว ควรจะมีช่องว่าง ให้อากาศสามารถถ่ายเทได้ หลังคาอีกแบบหนึ่งจะเป็นหลังคาที่ยกโครงหลังคาให้สูงจากแนวราบ ลักษณะแบบนี้ก็คือโรงเรือนที่มีหลังคาแบบหน้าจั่ว ซึ่งมุมของหน้าจั่วไม่ควรจะเกิน 30 องศา เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกับลมจนทำให้วัสดุของหลังคาฉีกขาดได้ นอกจากนั้นแล้วยังมีลักษณะหลังคาโค้ง จะเป็นหลังคาโค้งตลอดทั้งอันติดเป็นชิ้นเดียวกัน หรือเป็นหลังคาโค้งแบบต่างระดับ ซึ่งช่องห่างของหลังคาโค้งที่ต่างระดับนี้ ควรจะมีความห่างอย่างน้อย 30-50 เซนติเมตร

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือรอยต่อของตาข่ายพรางแสง แนวของรอยต่อของตาข่ายพรางแสงควรจะอยู่ขวางตะวัน เพื่อที่จะทำให้แสงมีการเคลื่อนที่ภายในโรงเรือนได้ นอกจากตาข่ายพรางแสงแล้ว การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้บางชนิด ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้พลาสติกเพื่อป้องกันฝน กล้วยไม้เหล่านั้นก็มักจะเป็นกล้วยไม้ที่มีความบอบบาง ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรค ใบค่อนข้างบาง ไม่ทนต่อการกระแทกของเม็ดฝน

อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญต่อโรงเรือนกล้วยไม้ของเราเป็นอย่างยิ่งก็คือพื้นโรงเรือน พื้นโรงเรือนจะเป็นส่วนที่ช่วยในการเก็บรักษาความชื้นภายในโรงเรือนได้ดี พื้นโรงเรือนที่ดีควรจะปูด้วยเถ้าแกลบหนาประมาณ 10 เซนติเมตร แล้วทับด้วยทรายหยาบอีกประมาณ 10 เซนติเมตร แบบนี้จะทำให้การเก็บความชื้นภายในโรงเรือนนั้นดีขึ้น ในกรณีที่พื้นโรงเรือนเป็นดินเหนียว อาจจะต้องมีการปูด้วยกรวดหยาบชั้นหนึ่งก่อนที่จะปูเถ้าแกลบ ก็จะทำให้การระบายน้ำในโรงเรือนเกิดขึ้นได้ดีด้วย พื้นของโรงเรือนไม่ควรที่จะเทซีเมนต์ทั้งหมดเป็นผืน อาจจะมีซีเมนต์เฉพาะในช่วงที่เป็นช่องทางเดิน ที่เหลือควรจะปล่อยให้มีวัสดุที่สามารถดูดซับความชื้นไว้ได้

อีกส่วนหนึ่งที่จะมีการถามกันมาก

การวางโต๊ะหรือการวางราวแขวนกล้วยไม้ควรจะเป็นลักษณะในแนวไหน หลักการง่ายๆคือ วางขวางตะวันเช่นเดียวกัน ขอให้วางโต๊ะอยู่ในแนวเหนือใต้ ก็จะทำให้ต้นกล้วยไม้ที่ท่านปลูกเลี้ยงไว้ สามารถได้รับแสงอย่างทั่วถึง ในกรณีที่ท่านจะทำกล้วยไม้ในเชิงการค้ามากๆ ก็ต้องระวังอย่าให้โต๊ะหรือราวนั้นมีความยาวต่อเนื่องมากเกินไป เพราะในแง่ของการจัดการต่อไปในอนาคต ท่านจะเสียเวลากับการเดินอ้อมโต๊ะหรืออ้อมราวค่อนข้างมาก

ตอนนี้นะคะเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการออกแบบโรงเรือนแบบง่ายๆ ที่ท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำโรงเรือนกล้วยไม้ของท่านได้ ก็หวังว่าท่านได้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบโรงเรือนแล้ว สามารถปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ให้เจริญเติบโตงอกงามได้ดีนะคะ ทั้งปัจจัยภายนอกภายในที่เรามีการพูดไปแล้วนะคะ ก็จะทำให้การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ของท่าน สามารถประสบความสำเร็จได้ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ