ถ้าไม่สร้างแบรนด์จะต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง


 

สวัสดีจ๊ะ ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะจ๊ะว่า เนื้อหาด้านล่างนี้ เป็นคำบรรยายของคลิปวีดีโอด้านบนนี้นะจ๊ะ ดังนั้นเนื้อหาก็จะเหมือนนคลิปวีดีโอนี้ทุกประการจ๊ะ ถ้าชอบก็ช่วยติดตามวีดีโอให้ด้วยนะจ๊ะ

สำหรับผู้ประกอบการที่คิดว่าการสร้างแบรนด์ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น อาจจะเป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะอะไรนั้น เราไปหาคำตอบกันค่ะ

ผมก็จำแนกได้ว่า บริษัทที่ไม่ได้สร้างแบรนด์ เขาจะเจออะไร เขาจะเจอปัญหาแบบนี้ 4 ข้อนี้ บริษัทที่ไม่สร้างแบรนด์จะแน่นอนคิอ 4 ข้อนี้ ที่เป็นสถิติวัดผลได้และเจอกันประจำ

ข้อที่ 1. เขาจะเจอเรื่องสงครามราคาและขายสินค้าได้มีกำไรน้อย คือเรียกได้ว่าเหนื่อยเยอะ กำไรน้อย อำนาจต่อรองในตลาดก็จะน้อย ปัญหากลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของพลายซิงค์คือเป็นแบรนด์ที่เรียกว่าจะขายของได้ก็ต่อเมื่อคุณลดราคา และต้องลดลงไปเรื่อย ๆ จนอีกหน่อย Margin ก็ไม่เหลือ เด็กในออฟฟิศก็เหนื่อยกันหมด ทำงานเหนื่อยแต่ไม่มีโบนัส องค์กรก็อยู่ลำบาก นั้นคือสิ่งที่เป็นเรื่องของปัญหาสงครามราคา

ปัญหาข้อ 2 ที่เราจะเจอแน่นอนก็คือ เคยเป็นไหมครับ เรามีพนักงานขายเยอะแยะ ปรากฎว่าพนักงานชุดนี้ออกไปบริษัทอื่น ทำให้ธุรกิจเรายอดขาย ลูกค้าก็ไปด้วย นั้นคือลูกค้าของเราติดที่ตัวบุคคลมากกว่าแบรนด์ นี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาที่พบข้อที่ 2

ข้อที่ 3 อันนี้ก็เป็นปัญหาแบรนด์ที่ค่อนข้างที่ขายของได้แล้ว มาสักประมาณ 5 ปี 10 ปี แต่ปรากฎว่าทำไปสักพักหนึ่งการเพิ่มยอดขายเขาก็คือต้องลงงบการตลาด เช่น ทำโปรโมชั่น ทำแคมเปญลงไป ทำไปก็จะขึ้นมาทีหนึ่ง แต่พอปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ทำมันและมีทิศทางตกลงไปเรื่อย ๆ สมมุติเราเอากราฟมาแทกส์เรื่องยอดขายและดูตัวเลขย้อนหลัง สิ่งที่เกิดขึ้นจะพบว่ามันสวิงค์ตลอด มันไม่อยู่ในเทรนด์ขึ้น นี่คือปัญหาที่เราอยู่ในเรื่องของแค่โลกแบรนด์ 1.0 เป็นแบบนี้

ข้อ 4 เราใช้งบการตลาดแต่ยอดขายก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ ถ้าเราสร้างแบรนด์ เราเปลี่ยน Transform จากแบรนด์ 1.0 ไป 2.0 ได้สำเร็จ เทรนด์ของยอดขายมันจะมีทิศทางที่ขึ้น

อันนั้นคือสื่งที่เป็นปัญหา 4 ข้อที่ผมเรียนไป มาสไลด์ตรงนี้นะครับ ก็จะให้เห็นว่าเราอยู่ในหัวข้อทำไมต้องสร้างแบรนด์ ก็ให้เห็นเลยว่าทำไมต้องสร้างแบรนด์เมื่อกี้ก็ลำดับเลยว่าเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของโลก เมกะเทรนด์ เป้าหมายของการสร้างแบรนด์ ทีนี้ในอีกหัวข้อหนึ่งที่เราต้องเรียนกันก่อนไปเรื่องลึก ๆ คือเรื่องทำไมต้องสร้างแบรนด์นั้น เพราะว่าอะไร เพราะว่าเจ้าของธุรกิจเราปฏิเสธเรื่องดีไซน์ไม่ได้ ทุกอย่างเราต้องดีไซน์หมด ดีไซน์คืออะไร ดีไซน์คือสิ่งที่เราตั้งใจจะออกแบบให้เป็นแบบนั้นแบบนี้เช่น โลโก้ของเรา หน้าร้านของเรา ชุดพนักงานของเรา นามบัตร ทั้งหมดต้องออกแบบทั้งสิ้น

ดังนั้นธุรกิจมันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีคำว่า การออกแบบที่มีสุทรีย์ เรื่องนี้ท่านต้องใช้มืออาชีพมาช่วย คือใช้เรื่องของดีไซน์เข้าไปจัดการในแง่ของการขับเคลื่อน ให้เกิดธุรกิจ เกิดมี Branding ดังนั้นเจ้าตัวดีไซน์ Business และ Branding มันจะแยกกันไม่ออก

เราก็มาสรุปช่วงท้ายกันสักนิดนึงในพีเรียสนี่ว่า Branding ทั้งหมดมีด้วยกัน 3 State State แรกคือ เมื่อก่อน 1.0 ที่บอกไปว่ายุคที่ทุกคนเปิดโรงงาน ใครมีโลโก้ตอนนั้นดีนะครับ เรียกว่าบริษัทเป็นแบรนด์ที่ยอดเยี่ยมมาก ก็แบรนด์เท่ากับโลโก้สมัยยุคเมื่อก่อน ถัดมาพอเป็นแบรนด์ 2.0 ก็จะพูดถึงแบรนด์ที่เป็นเรื่องของ Customer Experience เป็นเรื่องของสิ่งที่ให้ประสบการณ์กับผู้บริโภคในครบทุกด้านเช่น ไม่ใช่เห็นแค่โลโก้สวย ๆ แล้ว โทรเข้ามาพนักงานงานเสียงพูดต้อนรับลูกค้า

ต้องเป็นเสียงภาษาเดียวกับที่ภาพเห็นโลโก้ ชุดยูนิฟอร์มของเขา นามบัตรของเขา ทั้งหมดล้วนแล้วแต่การให้ประสบการณ์หรือแม้กระทั่งการเซร์ฟน้ำในบริษัท นั้นคือสิ่งที่เป็นเรื่องของ Customer Experience และข้อสุดท้ายปัจจุบัน Branding มันเป็นเรื่องของ Direction เป็นเรื่องของทิศทางทั้งหมดของธุรกิจ มันจะบอกว่า VISION ของเราจะมุ่งไปทางไหน

เราสร้างธุรกิจขึ้นมามุ่งไปสู่อะไร พันธกิจเราคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ทั้งองค์กรเรา Delivered Value ลงไปกับลูกค้าของเรานั้นคือล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของ Business Direction เห็นไหมค่ะว่าการออกแบบหรือว่าการดีไซน์ กับธุรกิจ 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนกันและเป็นส่วนที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จค่ะ