10 วิธี การเตรียมความพร้อมก่อนปั่นจักรยาน (พร้อมคลิปอธิบาย)



การเตรียมตัวในเรื่องของ การปั่นจักรยาน อย่างที่หนึ่งคือ ตัวจักรยานต้องเลือกให้เหมาะสม ก่อนที่เราจะปั่นจักรยานกัน อย่างน้อยเราควรต้องรู้ในเรื่องของประเภท หรือชนิดของจักรยานก่อน อันที่หนึ่ง คือ จักรยานเสือหมอบ แข่งเรื่องของความเร็ว อะไรต่าง ๆ ลักษณะของการขี่ก็ต้องก้มตัว งอตัวลง อันที่สอง เป็นจักรยานเสือภูเขา จะเห็นเป็นลักษณะเหมือนวิบาก มันจะมีโช้คอัพที่คอยรับน้ำหนัก ในเรื่องของการกระแทกต่าง ๆ ชนิดที่สาม เป็นลูกผสม พวกไฮบริด พวกนี้ผสมระหว่างเสือหมอบกับเสือภูเขา ข้อดีของแต่ละอย่างก็จะมารวมกันตรงนี้ อันที่ 4 ก็คือ พวกฟิกเกียร์ ไม่มีเบรค ไม่มีเกียร์ ขี่ตามแรง ตามอัธยาศัยเลย ออกแรงอย่างไร มันก็ได้ตามนั้นจริง ๆ ถัดมาเป็นประเภทของทัวร์ริง ที่เราจะเห็นชัดเจนคือ พวกนักท่องเที่ยว บางทีอาจจะมีเบาะซ้อน บางรุ่นอาจจะมีเกียร์ ช่วยในเรื่องของการทดแรงได้ ใช้เวลาที่เราขี่ไกล ๆ อันต่อไป BMX อันนั้นบางทีอาจจะเล่นท่าอะไรต่าง ๆ ได้ ยกล้อ อะไรต่าง ๆ ผาดโผนได้ จะมีจัมพ์ มีกระโดด มีขี่รอบ ลักษณะพวกนั้น ส่วนอีกอันหนึ่งที่ได้รับความสนใจมาก คือ จักรยานพับ เหมาะกับคนในสังคมเมือง คุณขับรถไป แต่บังเอิญจากที่จอดรถคุณ อาจจะต้องมีการเดินทางไปนิดหนึ่ง ระยะทางที่มันไม่ได้ไกลมาก สุดท้ายก็น่าเป็นเรื่องของจักรยานแม่บ้าน ทุกคนบอกว่าทำไมเรียกจักรยานแม่บ้าน เพราะส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่บ้านทั้งหลายมักจะใช้ในหมู่บ้าน จากตัวบ้านออกมาซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้ไกลมาก ถ้าระยะทางค่อนข้างไกล อาจจะต้องเลือกจักรยานที่เหมาะสม กับการที่ขี่ในระยะทางไกล อย่างเช่น เสือหมอบ เสือภูเขา ทัวร์ริง พวกนี้ก็จะเหมาะสมกว่า อันต่อไปในเรื่องของตัวร่างกาย เราควรต้องรู้ ประมาณตนเอง ว่าเราได้ในระดับไหน ยังมือใหม่อยู่ คุณยังซ้อมน้อยอยู่ คุณอาจจะต้องเริ่มค่อยเป็นค่อยไป ขี่ที่มันระยะสั้น ๆ ก่อน ที่ต่อเนื่อง เราอาจจะมีการขี่ แล้วพอซักพักพอเรารู้สึกว่าเหนื่อย เราก็อาจจะมีการหยุดพักสักครู่หนึ่ง แล้วเราก็ขี่ใหม่ ก็จะทำให้เราพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจะไม่มีปัญหาเรื่องของการบาดเจ็บ แล้วเราก็จะไปได้ถึงตามระยะที่เราตั้งใจไว้ อันที่ 3 คือการเตรียมตัวกับสถานการณ์จริง เส้นทางการแข่งต้องศึกษาไว้ก่อน เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางตรง เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางขึ้นเนิน มีทั้งลูกรัง มีทั้งถนน ตรงนี้เราอาจจะต้องศึกษาตรงนั้น เพื่อที่เราจะได้เตรียมรับแรงถูก หรือแม้กระทั่งการเลือกจักรยาน จะได้เลือกได้ถูก อันต่อไปก็คือเรื่องตัวพลังงาน เราจะปั่นหรือเราจะมีเส้นทางอะไร เราจะต้องทานก่อนล่วงหน้า 2 ชั่วโมง คงต้องเน้นพวกคาร์โบไฮเดรต พวกแป้ง ข้าว พวกนี้ให้พลังงานที่ดี ปกติพลังงานในร่างกายเรา ถ้าเราออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง มันก็จะอยู่ได้ประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง อันนั้นคือโดยประมาณนะครับ ในขณะที่เราออกกำลังกายด้วยจักรยาน พอเราขี่ไปสักพักหนึ่ง พอเราขี่ไปสักพักหนึ่ง พวกนี้จะเริ่มมีการโดนดึงไปใช้แล้ว เราก็ต้องมีการเติม สิ่งที่เติม ง่าย ๆ เลยครับ ถ้าเป็นผลไม้ ตัวที่ดีที่สุดก็คือ กล้วยหอม แต่สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้เลยคือ น้ำ โดยสภาพอากาศจริง ๆ แล้วมันค่อนข้างร้อน ประมาณทุก ๆ 15-20 นาที คุณต้องมีการจิบน้ำตลอด แต่ถ้ามันยังต่อเนื่องต่อไปอีก คุณอาจจะต้องเพิ่มเติมพวกเกลือแร่ เพราะว่ามันคงไม่ใช่ขาดเรื่องของน้ำแล้ว อาจต้องการวิตามินเกลือแร่เพิ่มเติมเข้ามา อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ การตรวจเช็ค การใช้ระบบต่าง ๆ ของจักรยาน เกียร์ยังโอเคไหม ในเรื่องของการปรับเกียร์ ตัวแฮนด์ที่จับไม่กว้างมากประมาณ 1 ศอก พอยิ่งถ้ากว้างมากขึ้น มันจะทำให้เขาต้องออกแรงมากขึ้น ตัวเบาะที่นั่ง ถ้าเป็นคนใหม่ ๆ บางทีอาจจะต้องให้มันมี พื้นที่ของเบาะที่นั่งที่มันกว้าง มีความนุ่ม รับน้ำหนักได้ดี ตัวถัง ถ้าตัวถังสูง บางทีมันอาจจะทำให้เรายกเท้า หรือ การก้าวคล่อมจักรยานอาจจะลำบาก ตัวเบรค แน่นอนนะครับ ยิ่งถ้าเกิดเป็นเส้นทางที่เราอาจจะต้อง ขี่ด้วยความเร็ว หรือมีทางที่ขึ้นลง มีทั้งภูเขา สะพาน อะไรต่าง ๆ พวกนี้ อาจจะต้องมาเช็คเรื่องตัวเบรคด้วย สิ่งที่เราควรต้องให้ความสำคัญมากที่สุด ก็คือเรื่องของความปลอดภัย เป็นในเรื่องของตัวอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยป้องกันได้ หมวกกันน็อก ควรต้องสวม แว่น บางครั้งมันไม่ใช่แค่กันแดด เวลาที่เราขี่จักรยาน บางทีฝุ่น หรือลมพัดฝุ่นเข้ามา มีเศษอะไรกระเด็นเข้ามา อาจจะทำให้เราเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ก็เลยต้องป้องกัน อันต่อไป คราวนี้เราก็คงมาดูพวกเสื้อผ้า พวกนี้ถือว่าสำคัญนะครับ ทำไมเสื้อผ้าถึงสำคัญ เราจะมีการเสียเหงื่อเยอะ เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามหา เสื้อผ้าที่ค่อนข้างระบายความร้อนได้ดี ระบายเหงื่อได้ดี ฉะนั้น เสื้อผ้าพวกนี้ อาจจะต้องดูผ้าว่า เหมาะกับการขี่จักรยาน หรือว่าออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่องที่นาน ๆ กางเกง ถ้าในแง่ของความปลอดภัย คุณนั่งอยู่ในท่านั้นนาน ๆ ความเสี่ยงในเรื่องของการเจ็บกล้ามเนื้อ หรือว่าการกดทับหรืออะไรต่าง ๆ แต่ถ้าคุณมีอะไรที่ช่วยซัพพอร์ต มันก็จะช่วยประคองตรงนั้นได้ดีขึ้น อันต่อไปก็น่าจะเป็นเรื่องของตัวรองเท้า รองเท้าที่เป็นของตัวจักรยานจริง ๆ ส่วนใหญ่เขาจะไม่มีเชือก เขากลัวว่าตัวเชือกอาจจะเข้าไปพัน หรืออะไรต่าง ๆ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับบางท่านที่ห่วงผิวพรรณ อาจจะต้องทาครีมกันแดดป้องกัน หรือว่าปลอกแขนเพื่อป้องกัน แต่ปลอกแขนก็ต้องป้องกัน UV ได้ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ อาจจะต้องมีการป้องกัน มันก็จะทำให้คุณปลอดภัย แล้วคุณก็จะสนุก มีความสุขกับการออกกำลังกาย ด้วยการปั่นจักรยาน