แก่แล้วทำไมถึงหลังค่อม เราจะสามารถป้องกันได้หรือไม่ (มีคลิป)



เมื่ออายุมากขึ้นเราจะพบว่าคนเราจะมีหลังค่อม เราสามารถที่จะแก้ไขภาวะนี้ได้ โดยการหยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายหลังของคุณ หลังค่อมในผู้สูงอายุเกิดจากหลายปัจจัยนะครับ อย่างแรกก็คือความเสื่อมตามธรรมชาติ เมื่อเราอายุ 30 ปี ร่างกายเราจะเสื่อมลงเรื่อย ๆ โดยที่ความสูงของเรา จะลดลงครึ่งนิ้วทุก ๆ 10 ปี อันนี้เกิดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลัง ทั้งกระดูกพรุนและหมอนรองกระดูกเสื่อมนะครับ อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ พฤติกรรมที่เราทำทุกวัน ซึ่งจะเร่งให้มีหลังค่อมมากขึ้น การป้องกันภาวะหลังค่อมนะครับ เนื่องจากความเสื่อมตามธรรมชาติ เราไม่สามารถแก้ไขได้ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดหลังค่อมได้ อย่างแรกก็คือการนั่งนะครับ เช่น การนั่งทำงานอยู่ในอิริยาบถนาน ๆ ก็จะทำให้หลังรับน้ำหนักเป็นเวลานาน ซึ่งก็จะกระตุ้นทำให้หลังเราค่อมเร็วขึ้น เราก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยการทุก ๆ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เราจะต้องเปลี่ยนงานไปทำอย่างอื่น เพื่อไม่ให้เรานั่งนานเกินไป อย่างที่สอง ก็คือ ท่านั่งที่ผิดปกติ ทำให้น้ำหนักหลัง ลงไปที่กระดูกสันหลังมากเกินไป อย่างเช่น นั่งไถตัว นะครับ นั่งไม่เต็มก้น นั่งเท้าไม่ติดพื้น หรือนั่งหลังและคอยื่นไปทางด้านหน้า ก็จะส่งผลให้หลังเราค่อมเร็วขึ้น วิธีปรับท่านั่งให้ถูกต้องนะครับ อย่างแรกก็คือ เราต้องนั่งให้เต็มก้น ให้ชิดเต็มที่นั่ง อย่างที่สองก็คือ นั่งหลังตรง คอและหลังไม่ยื่นไปด้านหน้านะครับ ปรับระยะห่างระหว่างการนั่งกับคอมพิวเตอร์ หรือหนังสือที่เราจะเขียน หรืองานที่อยู่ด้านหน้า ให้มีระยะห่างที่เราไม่ต้องโน้นตัวลงไปทำงาน ก็จะทำให้หลังเราตรง สำหรับเก้าอี้ บางครั้งเก้าอี้ อาจจะไม่ถูกต้องตามการนั่ง เราสามารถที่จะเอาหมอนใบเล็ก ๆ ยัดไปบริเวณหลังที่เหลือไว้ ก็จะทำให้เรานั่งสบายขึ้น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าท่ายืนนั้นถูกต้อง เราสามารถเช็กได้โดย เรายืนพิงกำแพงนะครับ ส้นเท้า ก้น เราชิดกำแพง หลังจากนั้นเราลองดูว่า ไหล่และคอเราเนี่ย หรือบริเวณท้ายทอยมีช่องว่างอยู่ไหม ถ้ามีช่องว่าง แสดงว่าเราเริ่มมีหลังค่อมแล้ว เราสามารถปรับให้ถูกต้องโดย ยืนตรง ไหล่เรานาบไปที่กำแพง บริเวณท้ายทอยชิดกำแพงได้ ก็จะเป็นท่ายืนที่ถูกต้อง ข้อดีต่อการมีท่ายืนที่ถูกต้องนะครับ อย่างแรกที่เราเห็นชัดนั่นก็คือ บุคลิกภาพที่ดีขึ้นนะครับ อย่างที่สอง เมื่อเรายืนหลังตรง น้ำหนักที่ลงมาที่กระดูกสันหลังมันก็จะน้อยลง ความเสื่อมของกระดูกสันหลังมันก็จะช้าลงด้วย พฤติกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ทำร้ายหลัง อย่างเช่น การยกของหนัก การยกของ เช่น เราโน้มตัวลงไปยก น้ำหนักมันก็จะลงที่กระดูกสันหลังโดยตรง การยกของที่ถูกต้องก็จะช่วยทำให้ หลังเรารับน้ำหนักน้อยลงนะครับ โดยท่าที่ถูกต้องนั่นก็คือ เราต้องย่อเข่าลงไปยกนะครับ หลังตรงอยู่เสมอ ของชิดตัว และยกขึ้นมา น้ำหนักส่วนใหญ่ก็จะไปลงที่ขานะครับ แล้วก็หลังเราก็จะรับน้ำหนักน้อยลง ท่าออกกำลังกายที่ช่วยแก้หลังค่อมได้นะครับ จินตนาการก่อนนะครับว่าเมื่อเราหลังค่อมเนี่ย กล้ามเนื้อด้านหน้ามันก็จะหดสั้นนะครับ กล้ามเนื้อด้านหลังก็จะอ่อนแรง เพราะฉะนั้นท่าออกกำลังกายที่จะช่วยก็คือ หนึ่งกล้ามเนื้อที่ช่วยยืดกล้ามเนื้อด้านหน้า กับอย่างที่สองก็คือ ท่าออกกำลังกายที่ช่วย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้านหลัง สำหรับท่ายืดเหยียดหน้าอกนะครับ เราสามารถทำได้โดยยืนหรือนั่งตรง หลังจากนั้นใช้มือทั้งสองข้าง แตะไปที่ท้ายทอย พยายามแบะไหล่ออก หลังจากนั้นจะรู้สึกตึงบริเวณหน้าอกนะครับ เมื่อตึงให้นับ 1 ถึง 10 ช้า ๆ ในใจ 1 ถึง 10 นับเป็น 1 ครั้ง ให้ทำ 5 ครั้งต่อเซต ทำทั้งหมด 3 เซตครับ อีกท่าหนึ่ง คือ ท่ายืดเหยียด กล้ามเนื้อหน้าท้องนะครับ โดยที่วิธีการทำ ท่าเริ่มต้นคือท่านอนคว่ำ ให้ใช้มือ 2 ข้าง พยายามดันตัวขึ้น ให้ลำตัวส่วนบนยกสูงขึ้น แล้วสะโพกติดอยู่ที่พื้นเตียง เราก็จะรู้สึกว่ามีความตึง ที่กล้ามเนื้อหน้าท้องนะครับ อย่างที่สองก็คือ หลังเราก็จะแอ่นมากขึ้น ให้อยู่ในตำแหน่งสูงสุด นับ 1 ถึง 10 หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ดันตัวลง โดยที่นับ 1 ถึง 10 นับเป็น 1 ครั้ง 1 เซต ให้ทำ 5 ครั้ง ทำทั้งหมด 3 เซต การออกกำลังกายสะบักและหลัง เริ่มต้นโดยที่เรานอนคว่ำ และเอาหมอนรองไว้ที่ท้องนะครับ หลังจากนั้นเอามือ 2 ข้างประสานไว้ที่ท้ายทอย และก็แบะไหล่ออกนะครับ หลังจากนั้นพยายามยกตัวขึ้น เหมือนเราจะทำท่าซูเปอร์แมน ค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 เหมือนกัน เราก็จะรู้สึกกล้ามเนื้อหลัง กับกล้ามเนื้อสะบักทำงานนะครับ หลังจากนั้นเราก็ค่อย ๆ หย่อนตัวลง นับ 1 ถึง 10 นับเป็น 1 ครั้งนะครับ ให้ทำ 10 ครั้งต่อเซต ทั้งหมด 3 เซต สำหรับคนที่มีพฤติกรรมปัจจัยเสี่ยง เช่น นั่งผิดปกติ ยืนเดินนาน ๆ หรือต้องแบกของหนัก ท่ายืดเหยียดทั้งหัวไหล่ และก็ที่หน้าท้อง ควรจะทำทุกวันนะครับ นอกจากนั้นท่าออกกำลังกาย เช่น การเพิ่มกล้ามเนื้อสะบักและหัวไหล่ ก็จะต้องทำตามเซตที่แนะนำไปเหมือนกัน เพื่อให้หลังเราแข็งแรงมากขึ้น