เทคนิคการออมเงินของคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน



หนุ่มสาวชาวมนุษย์เงินเดือนหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์กินมาม่าตั้งแต่กลางเดือน เพราะเผลอแป็บเดียว เงินเดือนที่ได้มาก็ร่อยหรอ กระเป๋าฟีบกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเพราะจ่ายบัตรเครดิตหมด หรือเพราะฉลองหนักไปหน่อยตั้งแต่ต้นเดือนก็ตาม แต่วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีง่ายๆสำหรับชาวมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ว่าจะทำยังไงให้เก็บเงินอยู่ ไม่กระเป๋าฟีบรอวันเงินเดือนออกไปเรื่อยๆ เริ่มต้นเลยคือ เราต้องรู้จักกระเป๋าตังของเราให้ดีก่อน ว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ บางคนมีเงินเดือนอย่างเดียว บางคนมีเงินเดือนและอาชีพเสริม บางคนมีเงินเดือนและเงินที่ได้จากการลงทุน ต่อมาเมื่อรู้แล้วว่าเราจะมีเงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่ มาถึงส่วนของการเก็บเงิน ให้ตั้งเป้าเอาไว้เลย ว่าอยากเก็บเงินแค่ไหน เราแนะนำว่าอย่างน้อยควรเก็บเงินอย่างน้อย 10% ของรายได้ทั้งหมด เช่น มีเงินเข้ากระเป๋าทั้งหมดเดือนละ 2หมื่นบาท ถ้าต้องการเก็บเงิน 10% เมื่อได้รับเงินแล้ว ก็กันเงินจำนวนนี้ไว้เลย 2พันบาท จำนวนเงินที่ต้องการจะเก็บตรงนี้ สามารถเพิ่มขึ้นได้ตามความต้องการ อาจจะเป็น 20-30% ก็ยังได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราตั้งเป้าที่จะเก็บเงินมากแค่ไหน และเรามีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายมากแค่ไหน เพราะยิ่งค่าใช้จ่ายมาก เราก็สามารถเก็บเงินได้น้อย เมื่อเรารู้ว่าจะมีเงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่ และอยากจะเก็บเงินเท่าไหร่ อีกส่วนที่ต้องรู้คือ เรามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ยังสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบคือ 1. ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่ากิน ค่าผ่อนรถ ค่าเดินทาง ค่าเช่าห้อง เงินที่ต้องส่งให้พ่อแม่ 2. ค่าใช้จ่ายตามใจฉัน เช่น ช็อปปิ้งของที่อยากได้ ฉลองกับเพื่อน กินสิ่งที่อยากกิน ตกแต่งบ้าน ค่ารักษาพยาบาล ค่าบำรุงรักษารถ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในแต่ละเดือน เมื่อเรารู้ทั้งหมดนี้แล้ว เราก็จะเห็นภาพกระเป๋าตังของเรามากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราจัดการกระเป๋าตังของเราได้ดีขึ้นเช่นกัน โดยเริ่มแรกเมื่อได้รายได้มา ให้เราหักส่วนที่เป็นเงินออมไว้ก่อนเลย 10% หรือมากกว่านั้น หักค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน จากนั้นจำนวนเงินที่เหลือ ก็สามารถเป็นเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายได้ตามใจ เท่านี้เราก็สามารถมีเงินออมได้ โดยที่มีเงินเอาไว้ใช้จ่ายเพื่อเป็นความสุขของตัวเองด้วยเช่นก่อน ยกตัวอย่างเช่น สมมติเรามีเงินเดือน 30,000 บาท แบ่งออกเป็นเงินเก็บ 20% = 6,000 บาท มีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายประจำทุกเดือน เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าห้องพัก ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ = 17,000 บาท ดังนั้นเราจึงเหลือเงินอีกสำหรับใช้จ่ายได้ตามใจสำหรับเดือนนั้นอีก 7,000 บาท นอกจากนั้นยังมีวิธีดีๆที่ทำให้เรามีเงินใช้เพิ่มเติมได้อีก เช่น - หารายได้เพิ่ม เช่น หาอะไรมาขายในวันหยุด ทำงานพิเศษเพิ่มเติม รับงาน freelance ซึ่งการเพิ่มรายได้ตรงนี้ก็จะทำให้เรามีเงินเก็บได้มากขึ้นและมีเงินส่วนที่จะนำไปใช้เพิ่มได้อีกเช่นกัน - นำเงินที่เก็บออมไว้ไปลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย เช่น ฝากประจำ หรือกองทุนรวม ซึ่งควรศึกษาในรูปแบบที่เหมาะกับตัวเองและค่อยเป็นค่อยไป - ลดค่าใช้จ่าย หลายครั้งเราไม่รู้ตัวว่ามีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอยู่มากมายซึ่งเหลือเงินสำหรับเก็บน้อยลง การทำบัญชีรายรับรายจ่ายอาจจะฟังดูน่าเบื่อ แต่เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เรามองเห็นเงินในกระเป๋าของเราอย่างชัดเจนว่าเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง และรู้ว่ามีค่าใช้จ่ายตรงไหนที่สิ้นเปลืองและตัดออกได้ - มีสติในการใช้เงิน ต้องรู้จักแยกให้ออกว่าสิ่งไหนเป็นความจำเป็นที่ต้องใช้ และสิ่งไหนเป็นแค่ความต้องการซึ่งสามารถลดลงได้ เมื่อค่าใช้จ่ายน้อยลง ก็มีเงินสำหรับออมมากขึ้น

 

ถ้าชอบบทความก็อย่าลืมกดติดตาม กดไลค์ กดแชร์ ด้วยนะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า