หน้าที่ของตับ และการดูแลร่างกายให้ตับแข็งแรง (มีคลิป)



คำบรรยายคลิปด้านล่าง

ถ้าจะเปรียบเทียบตับ ก็จะเปรียบเหมือนกับไส้กรอง ทั้งเชื้อโรคและสารต่าง ๆ ที่เข้าไป ที่เรารับเข้าไป มันจะต้องผ่านตับ ตับก็จะทำหน้าที่เก็บกรองเชื้อโรค ปริมาณยา หรือสารที่เรากินเข้าไป ตับจะเปลี่ยนเป็นสารที่ active เกิดประสิทธิภาพขึ้น หลังจากนั้น ตับก็จะกรอง ปรับเปลี่ยน ตัวยาอันนั้นให้มีความเป็นพิษน้อยลง แล้วก็พร้อมที่จะขับออกจากร่างกาย ดังนั้น อวัยวะที่จะขับยาหรือสารพิษ ต่าง ๆ ออก ก็จะมีตับและไตเป็นหลัก เมื่อตับเปลี่ยนแปลงยา หรือเราเรียกว่า ออกมาเป็นเมตะโบไลต์แล้ว ตัวนั้นเป็นพิษต่อตับโดยตรง ซึ่งก็มียาหลายชนิด เช่น การกินยาแก้ปวด Paracetamol หรือ Acetaminophen ในปริมาณเยอะ ๆ อันนี้ พอเข้ามาในตับ ปกติตับจะเปลี่ยนสาร Acetaminophen ขับออกจากร่างกายให้ไม่มีพิษ แต่เวลาที่เรากินเข้าไปเยอะ ๆ เอนไซม์ตัวที่จะปรับเปลี่ยน ให้เป็นสารไม่มีพิษ มันหมดไป เพราะฉะนั้น มันก็จะลงไปสู่ pathway หรือแนวทางที่เกิดสารพิษ ตัวนี้จะไปทำให้ เซลล์ตับเกิดอาการตับวาย ที่เราเรียกว่าตับวายเฉียบพลัน เพราะฉะนั้น ยาตัวที่เขาทำการศึกษาแล้ว พบบ่อยมากเลย ในอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่ในเอเชียเองก็ตาม ยาแก้ปวด Acetaminophen เป็นยาที่เราหาซื้อได้ง่าย และคนบริโภคเกินขนาดที่กำหนด ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาในปริมาณที่เพิ่มขึ้น อันนี้หมอแนะนำว่าควรจะกลับไป พบแพทย์จะดีกว่า เพราะว่าบางอย่าง เขาคงปวดจริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ปวดหลัง บางทีมันกินแล้วไม่หาย คนไข้ก็อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็เพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกว่าเขาจะหายปวด แต่อันนี้ก็เป็นข้อมูลอีกข้อมูลหนึ่ง ที่ว่าทำไมคนที่กินยาแก้ปวด โดยที่เราก็บอกว่าเราไม่ได้กินเกิน แต่มันกินสะสม อาจจะวันละ 4 เม็ด 6 เม็ด 8 เม็ด 10 เม็ด ไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าสภาพตับเขาไม่ดี อาจจะทำให้ มาถึงตับวายตับพังได้เช่นเดียวกัน นอกจากยา สิ่งที่อยากจะเตือนอีกอย่าง ก็คือ วิตามิน วิตามินที่เราทาน โดยเฉพาะตัวที่ไม่ละลายในน้ำ วิตามิน A, D, E, K ตัวสำคัญก็คือ วิตามิน A เพราะถ้าเรารับไปในปริมาณที่มาก เป็นเวลาติดต่อกัน 3-6 เดือน อันนี้จะทำให้ตับเกิดพังผืด ต่อไปอาจจะมีตับแข็งได้ กินอะไรบางครั้งต่อเนื่องนาน ๆ ก็ต้องกลับไปสอบถามแพทย์ เพราะโดยปกติแล้ว เราจะมีปริมาณ ที่แนะนำว่าควรกินเท่าไร ถึงจะกินติดต่อเนื่องกันได้โดยที่มันไม่สะสม และไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ถ้ามันเริ่มที่จะมีตับอักเสบ เราจะไม่ได้เห็นว่าเหลืองทันที แต่คนไข้อาจจะมีอาการ คลื่นไส้ เพลีย ๆ อันนั้นก็อาจจะเป็นอาการหนึ่งอย่าง ที่บ่งว่า อาจจะมีการอักเสบของตับได้ ตับเป็นอวัยวะที่งอกใหม่ได้ ถ้าตับวาย เขาจะมีขนาด ถ้าไม่ได้วายจนแย่เลย เราก็อาจจะฟื้นตัวทัน แต่ถ้าวายอย่างรุนแรง อาจจะไม่สามารถฟื้นตัวทัน ก็เสียชีวิต ถ้าไม่ได้รับการปลูกถ่ายตับ คำแนะนำสำหรับการกินยา หมอแนะนำว่า ถ้าต้องกิน มีข้อบ่งชี้ควรทาน แต่ยาจะต้องเป็นที่แพทย์ให้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เราก็ทานขนาดที่แพทย์ให้ ถ้าหมดข้อบ่งชี้ เราก็หยุด ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง และไม่ควรงดยาเอง โดยที่ไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน ส่วนวิตามินหรืออาหารเสริม จริง ๆ ถ้าเราสุขภาพปกติ แข็งแรง เรากินอาหารครบหมู่ เราก็ไม่ต้องไปเพิ่มอาหารเสริมอะไร แต่ถ้าจะไปซื้อ ก็ต้องบอกว่า เปิดฉลากมาดู ว่าขนาดที่เหมาะสมคืออะไร มีประโยชน์ต่อเราจริงไหม เขาบอกว่า เราควรกินอาหารให้เป็นยา เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะไปหา อาหารเสริมหรือวิตามิน ควรจะกินอาหารให้ครบหมู่ สุก สะอาด และเลือกอาหารที่เราจะกิน ก็สามารถ ทำให้เกิดประโยชน์เป็นยาได้เช่นเดียวกัน