ระบบนำส่งยาขยายหลอดเลือดสมอง



โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเกือบ100% แม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยการผ่าตัด แต่หลังจากผ่าตัดแล้วประมาณวันที่ 4-14 จะเกิดภาวะเส้นเลือดตีบเนื่องจากมีแคลเซียมเกาะ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตจากสมองขาดเลือด แต่ถ้ามียาขยายหลอดเลือดที่สามารถครอบคลุมระยะเวลาอันตรายนี้ได้ก็จะทำให้มีผู้ป่วยรอดชีวิตมากขึ้น

ข้อความด้านล่างนี้เป็นคำอธิบายวีดีโอด้านบน ถ้าไม่อยากอ่านก็ดูวีดีโอเพียงอย่างเดียวก็ได้ เพราะเป็นเนื้อหาเดียวกัน

(หมอ) ตามสถิติแล้ว ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดโป่งพองในสมองแตก มีโอกาสเสียชีวิตทันทีเลย 50% ในกลุ่มนี้อีก 50% ถึงจะรอดมาที่โรงพยาบาล และกลุ่มที่รอดมาที่โรงพยาบาล มีโอกาสที่จะเกิดภาวะ หลอดเลือดในสมองแตกอีกทีหนึ่ง หรือมีภาวะหลอดเลือดสมองตีบ จนทำให้ไม่มีเลือดไปเลี้ยงสมองได้ ก็จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตเกือบหมดเลย

โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เป็นโรคที่มีความผิดปกติ ของหลอดเลือดในสมองพองโตขึ้น ทำให้ผนังหลอดเลือดที่โป่งพอง มีโอกาสแตกได้ง่าย เมื่อแตกออกจะมีเลือดออกในสมอง หรือในส่วนใต้เนื้อเยื่อชั้น Arachnoid ของเยื่อหุ้มสมอง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ซึ่งนำไปสู่ความพิการอย่างรุนแรง เรื้อรัง และท้ายที่สุด อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

(หมอ) ในส่วนของการให้การรักษา ตำแหน่งที่มีการโป่งพอง ออกมาแล้วแตก มีวิวัฒนาการไปเยอะมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผ่าตัด หรือการไปอุดบริเวณที่มีการโป่งพอง ด้วยขดลวดทองคำขาว แต่ปัญหาก็คือว่าภาวะ ที่เกิดตามมาหลังการรักษาแล้ว มันจะเกิดจากการผ่าตัด หลังการผ่าตัดแล้วประมาณ วันที่ 4-14 เพราะฉะนั้นหลังจากการที่ เราช่วยชีวิตคนไข้ได้ ในการผ่าตัด รักษาภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพอง แล้วแตกนี่นะครับ จะเกิดภาวะสมองขาดเลือดตามมา ถ้าเราสามารถมียาที่จะออกฤทธิ์ ในช่วงวันที่ 4-14 หลังการผ่าตัดไปแล้วได้ ก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิต ในผู้ป่วยกลุ่มที่เราให้การรักษา ผ่าตัดสมองไปแล้วรอดได้ งานวิจัยนี้ก็จะต้องการ คือไปตอบโจทย์อันนี้ว่า เราจะหาระบบส่งยา และปลดปล่อยยาขยายหลอดเลือดอย่างไร ในช่วงเวลาที่เราต้องการ

ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมมือกับภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทำงานวิจัยที่มุ่งเน้นการเตรียมอนุภาค Poly Lactic-co-Glycolic Acid หรือ PLGA เพื่อเป็นระบบนำส่งยาขยายหลอดเลือด ลดการหดเกร็งของหลอดเลือดสมอง ที่เป็นผลข้างเคียง จากหลอดเลือดโป่งพอง ซึ่งจะส่งผลให้เกิด ภาวะสมองขาดเลือดตามมา

(อาจารย์) สำหรับงานวิจัยนี้นะคะ มุ่งเน้นที่จะเตรียมระบบนำส่งยา จากอนุภาค PLGA โดย PLGA ที่จะนำมา เตรียมเป็นอนุภาคนั้น จัดเป็นโพลิเมอร์ ย่อยสลายได้ในร่างกาย ไม่เป็นพิษกับผู้ป่วย และที่สำคัญได้รับการยอมรับ จากคณะกรรมการอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา ที่อนุญาตให้ใช้ในร่างกายมนุษย์ได้ ในเทคนิคที่ใช้ในการเตรียมอนุภาค PLGA ได้ใช้เทคนิค Double Emulsion ซึ่งข้อดีของเทคนิค Double Emulsion นั้น เหมาะที่จะใช้กับการกักเก็บตัวยา ที่ละลายได้ทั้งในน้ำ หรือละลายได้ในไขมัน ซึ่งจะส่งผลให้มีการเพิ่มอัตรา การดูดซึมของตัวยา ในระบบนำส่งยา ของอนุภาค PLGA ที่เตรียมได้ เราพบว่าอนุภาคที่เตรียมได้ จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย ในระดับ 5 ไมครอน ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่เล็กกว่า เซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งมีขนาด 10 ไมครอน ซึ่งคาดว่า PLGA มีความจำเพาะเจาะจง และเข้าสู่อวัยวะเป้าหมายได้

จากผลการวิจัย อนุภาค PLGA ที่เตรียมได้ มีประสิทธิภาพการกักเก็บยาได้ถึง 99% และสามารถปลดปล่อยยาได้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 33 วัน จึงเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะนำมาเตรียมระบบ นำส่งยาขยายหลอดเลือด หลังจากการผ่าตัดสมอง หรืออาจนำมาใช้ในการรักษา ภาวะการหดเกร็งของหลอดเลือดสมอง ที่เป็นผลข้างเคียง จากหลอดเลือดโป่งพอง ได้ในอนาคต

(หมอ) ในงานวิจัยที่เรา กำลังทำกันอยู่ตอนนี้เลย ก็คือเราจะใส่เข้าไป ในช่วงที่เราทำการผ่าตัดสมอง หลังจากที่เราปิดบริเวณโป่งพอง ที่มันมีการแตกของหลอดเลือดเสร็จแล้ว ประสาทศัลยแพทย์ก็จะเป็นคน วางระบบส่งยานี้ลงไป แล้วมันก็จะค่อยๆ ละลายน้ำ แล้วก็ปลดปล่อยตัวยา ขยายหลอดเลือดออกมา เลยทำให้หลอดเลือดขยายตัว อยู่ตลอดช่วงเวลา 4-14 วัน หลังจากการที่เราปิดหลอดเลือดไปแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่เราวางแผนไว้ก็คือ เราจะหาทางส่งยาเข้าไป นอกเหนือจากการผ่าตัดสมอง ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังออกแบบ รูปแบบการให้ยา เพื่อให้ระบบส่งยาออกฤทธิ์ได้ ครอบคลุมช่วงเวลาที่เราต้องการ