ผัก 5 อย่างห้ามกินดิบ (ทำยังไงจึงจะปลอดภัย) (มีคลิป)



คำบรรยายวีดีโอด้านล่าง

ถ้าเรามอง บางทีสารในธรรมชาติบางอย่าง ผักบางชนิดอาจจะไม่เหมาะ กับคนที่เป็นโรคบางโรค สำหรับผักที่ห้ามกินดิบ ถั่วงอกไม่ควรกินดิบเลย เพราะในเรื่องของการปนเปื้อน เขาเรียกว่าเชื้อแบคทีเรีย อย่างพวกซามัวไนรา หรืออีคัวไลน์ ที่ต่างประเทศเขาก็เจอ ที่ถั่วงอก เวลาที่เขาเพาะถั่วงอก จะต้องอาศัยในเรื่องของความชื้น แล้วก็อุณหภูมิ ซึ่งมันเหมาะที่จะทำให้ พวกเชื้อแบคทีเรียเจริญมาได้ ทีนี้ เชื้อพวกนี้จะถูกทำลาย เมื่อผ่านความร้อน แต่พอเราทานดิบ บางทีเราล้างหรืออะไรก็ตาม มันก็ล้างออกไม่หมด หรือบางทีถ้าเราซื้อ ทานอาหารนอกบ้าน เขาอาจจะล้างได้ไม่ดีด้วย ในลักษณะแบบนี้ มันก็จะเป็นอันตรายแล้ว ถ้าเราบริโภคดิบ แต่ถ้าเอาไปผ่านความร้อน เอาไปลวก หรือเอาถั่วงอกไปผัด ความร้อนก็จะทำให้ เชื้อแบคทีเรียพวกนี้ตาย ดังนั้น เราก็จะปลอดภัยมากขึ้น กะหล่ำดอก กะหล่ำปลีพวกนี้ จะมีสารที่เรียกว่า Goitrogen คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไฮโปไทรอยด์ คือการทำงานของต่อมไทรอยด์ ที่มันต่ำกว่าปกติ ทำให้อัตราการเผาผลาญที่ต่ำอยู่แล้ว ถ้าเขารับประทานผักที่มี Goitrogen แล้วมันไม่ได้ผ่านความร้อน สารตัวนี้ มันยิ่งทำให้การใช้ไอโอดีน มันไปยับยั้งเอนไซม์ ในการที่จะเอาไอโอดีน เข้าไปในส่วนของต่อมไทรอยด์ ก็จะทำให้ปัญหาที่ทำให้ไทรอยด์ ทำงานได้ต่ำกว่าปกติ แต่ถ้าคนปกติ ไม่ต้องไปกังวล ในเรื่องของกะหล่ำปลีดิบ จะกังวลในเรื่องของ สารฆ่าแมลงที่ตกค้างเท่านั้นเอง เวลาเราจะทานดิบ เราอาจจะต้องล้าง โดยเฉพาะเราต้องแยกเป็น กาก ใบ ออกมา เพราะส่วนใหญ่ ยาจะดูดซึมเข้าไปอยู่ ในส่วนของที่อยู่ข้างในด้วย พวกมันสำปะหลัง หรือพวกหน่อไม้ เพราะสาร Cyanide จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยปกติพอไปผ่านความร้อน ซึ่งจะต้องต้มนานประมาณ 10 นาที มันถึงจะสลาย อันนี้คือข้อที่ต้องระวังเวลาเรากินดิบ ทีนี้อย่างในกรณีถั่วฝักยาว บางคนบอกว่า กินเข้าไปแล้ว มีอาการท้องอืด หรือไม่ย่อย บางครั้งเป็นเรื่องของระบบลำไส้ ของแต่ละคนมากกว่าในเรื่องของการย่อย แต่สิ่งที่สำคัญที่เราต้องระวังมากกว่า ในเรื่องของการกินดิบของถั่วฝักยาว เนื่องจากมีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นกลุ่มดูดซึมด้วย พวกโมโนโกลโตฟรอสต์ ซึ่งจะเจอว่า มีการปนเปื้อนและตกค้างอยู่ ตัวสารตัวนี้ ปกติมันใช้เวลาในการสลาย ประมาณ 7 วัน แต่เวลาเราซื้อ เราไม่รู้ว่าเขาใช้ฉีดพ่นไปแล้ว มันทิ้งช่วงถึง 7 วันไหม กว่าจะเก็บมา เราต้องระวังที่จะทานพวกถั่วฝักยาว เวลาที่รับประทานดิบแบบนี้ แต่ถ้าเราซื้อมาทำอาหารเองที่บ้าน การล้างผ่านน้ำโดยใช้มือขัดถู เพื่อให้สารพวกนี้ออกไปด้วย หรืออาจจะต้องแช่ด้วย เพราะมันเป็นชนิดของการดูดซึม เราก็จะปลอดภัยในการบริโภคมากขึ้น ผักโขม จะมีกรด Oxalic ซึ่งตัวกรด Oxalic ที่อยู่ในผักโขม ตอนหลังเราก็มาบริโภคดิบเหมือนกัน ถูกไหมคะ ทีนี้ปัญหาก็คือว่า มันจะไปยับยั้งขัดขวาง การที่ร่างกายจะเอาพวกแคลเซียม หรือธาตุเหล็กไปใช้ เพราะฉะนั้น บางคนมักจะขาดพวก แคลเซียมกับธาตุเหล็ก พอเราอาหารที่เป็นแหล่งของ แคลเซียมกับธาตุเหล็ก ในขณะเดียวกัน ในเมนูนั้นอาจจะมีผักโขมอยู่ด้วย จริง ๆ มันก็มีประโยชน์ในเชิงสุขภาพด้วย เพียงแต่ว่ามันก็ไปยับยั้งการดูดซึม ธาตุเหล็กหรือแคลเซียม ที่เป็นองค์ประกอบในอาหาร ที่เราทานร่วมกัน เพราะฉะนั้น อาจจะใช้วิธีหลีกเลี่ยง อย่าไปทำพร้อมกัน การรับประทานผัก โดยรวมที่จะให้ปลอดภัยก็คือ ใช้วิธีล้างโดยใช้น้ำธรรมดา กำจัดในเรื่องของสารเคมีที่ตกค้าง แต่สารต้านโภชนาการมันก็ยังคงอยู่ กับอีกอันหนึ่งคือ แบคทีเรียหรืออะไรพวกนี้ที่มันติดมา การล้างก็อาจจะไม่ได้ช่วย เมื่อผ่านความร้อนมันจะสลายไป แต่มันขึ้นอยู่กับชนิดของสาร ถ้าเป็นกลุ่มพวกที่เป็น Cyanide ที่มันจะอยู่ในพวกหน่อไม้ดิบอย่างนี้ คือต้มนานแบบ 10 นาที แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่เป็นสารพวก Goitrogen อะไรพวกนี้ บางทีแค่การลวก หรือการนึ่ง ผ่านความร้อนนิดหน่อย สารพวกนี้ มันก็จะสลายไปแล้ว อันนี้ก็เป็นข้อแนะนำที่ดีที่สุด สำหรับการบริโภคผักค่ะ