ปลาไทยของเรานี่แหละ มีโอเมกา 3 สูงไม่แพ้ปลาจากต่างประเทศ (มีคลิป)



ข้อแนะนำที่แนะนำให้บริโภค กรดไขมันโอเมกา-3 ของประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ก็กำหนดไว้ว่า สำหรับผู้ที่ได้รับพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี ควรจะได้รับกรดไขมันโอเมกา-3 ประมาณ 600 มิลลิกรัม ซึ่งถ้าเรานึกถึงอาหารอะไร ที่น่าจะเป็นหลักของกรดไขมันโอเมกา-3 ก็คงหนีไม่พ้นที่จะเป็นเรื่องของปลา

หน้าที่ของโอเมกา-3 เวลาเราทานอาหารที่มี แหล่งของโอเมกา-3 จะทำให้หลอดเลือดเราไหลเวียนได้สะดวก เพราะฉะนั้น มันจะทำให้ตัวไขมันลดลง ความดันก็จะลดลง แล้วตัวที่สำคัญก็จะเป็น EPA ที่เราเรียกว่าเป็นกรดไขมัน EPA หรือ DHA ที่เราคุ้นกันนะครับ ตัวนี้ก็จะช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงสายตานะครับ

ก็มีส่วนจริงครับ เพราะว่าโอเมกา-3 ก็เป็นส่วนตัวที่ โดยเฉพาะโอเมกา-3 ที่มาจากแหล่งของอาหารทะเล หรือว่าปลาน้ำจืด ช่วยในการบำรุงสมอง แต่อย่างที่เราทราบกันว่า เรื่องของสมองเป็นเรื่องซับซ้อนนะครับ ไม่ใช่สารอาหารใด สารอาหารหนึ่ง จะทำให้เกิดเราฉลาดขึ้น เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นโปรตีน ที่ช่วยในการบำรุงสมอง ตัวกรดไขมันโอเมกา-3 ก็ช่วยนะครับ ไอโอดีนก็ช่วยนะครับ แล้วก็ยังมีสารอาหารอีกหลายๆ ตัว ที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสมอง เพราะฉะนั้น คงจะเป็นภาพรวมๆ ว่า เวลาเราทานก็ควรจะทานเป็นอาหาร ภาพรวมๆ คงไม่ใช่สารใดสารหนึ่งครับ

ความเข้าใจของคนทั่วไปก็จะบอกว่า ปลาทะเลน่าจะมีมากกว่านะครับ แต่จากการศึกษาเราพบว่า โอเมกา-3 จะแปรผันตาม ตัวปริมาณไขมันที่อยู่ในเนื้อปลามากกว่า ถ้าเรามองดูตัวปลาน้ำจืดบ้านเรา เราพบว่า ปลาน้ำจืดที่เรามีการเลี้ยง เป็นเชิงพาณิชย์ อย่างเช่น ปลาดุก ปลาช่อน ก็กลายเป็นว่า มีพบว่ามีปริมาณไขมัน สูงกว่าปลาที่เป็นปลาทะเล แต่ในเรื่องของปลาแซลมอน เราต้องยอมรับว่าในแซลมอนเอง มีกรดไขมันโอเมกา-3 สูงมาก ก็ถือว่าเป็นตัวที่ดีในเรื่องของโอเมกา-3 แต่ก็ตามไปด้วยราคาที่สูงเช่นกัน จริงๆ ในบ้านเรา เราทานอาหารจากปลาเป็นหลัก เพราะฉะนั้นปริมาณการกินของเรา กลายเป็นว่าเราได้ปริมาณกรดไขมันโอเมกา-3 สูงกว่าที่ได้จากปลาแซลมอนเสียอีก

สำหรับการกินโอเมกา-3 ในแคปซูล อันนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะว่ากรดไขมันโอเมกา-3 ช่วยทำให้หลอดเลือดไหลเวียนสะดวกนะครับ พอได้รับปริมาณเยอะเกินไป มันทำให้เหมือนกับไหลเวียนดีมาก เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือมีบาดแผลเกิดขึ้น เลือดจะหยุดยาก อันนั้นจะยิ่งทำให้เกิดอันตรายมากกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าหากเราเป็นคนที่ ไม่มีภาวะที่ต้องได้รับโอเมกา-3 หรือภาวะไขมันอุดตันหลอดเลือด เราก็ไม่จำเป็นต้องทานเป็นแคปซูล เพราะฉะนั้นก็หันกลับมาสู่บริบทของบ้านเรา ก็คือเราทานปลาช่อน ปลาดุกเป็นหลัก ซึ่งหลากหลายเมนูมากเลย ถ้าเราชอบรับประทานแบบต้ม บ้านเราก็มีแบบต้มที่เป็นต้มแซ่บ หรือว่าถ้าเป็นแบบนึ่งก็นึ่งมะนาว ถ้าเป็นปลาทอดจะเห็นว่าเป็นที่นิยม ของหลายๆ คน ทุกเพศ ทุกวัย เพราะฉะนั้น ปลาทอดก็จะเป็นปลาที่ดีเช่นกัน ก็คือหันกลับมากินปลาของบ้านเรานั่นเองนะครับ

แหล่งที่มา https://channel.mahidol.ac.th/?page=view_info&id=2039