ประวัติราชวงศ์เกาหลี (ตั้งแต่ต้นจนล่มสลาย) จบในโพ้สเดียว



 

ด้านล่างนี้จะเป็นคำบรรยายของคลิปนี้

พูดถึงประวัติศาสตร์เกาหลีนะคะ ต้องบอกเลยว่า ในยุคแรกๆ เนี่ยด้วยความที่มันเก่ามากๆ มันก็เลยมีความตำนานปะปนอยู่เยอะ คือมันต้องมีประวัติศาสตร์จริงๆ กับประวัติศาสตร์ที่ชนชาตินั้นเขียนประวัติศาสตร์ตัวเองใช่มั้ยคะ ในยุคแรกนะคะ มันจะมีความเป็นตำนานนิดนึง คือชาวเกาหลีเขาเชื่อว่ามีเทพองค์นึงอยู่บนสวรรค์ค่ะ

 มีลูกชายองค์นึง แล้วลูกชายอยากลงมาปกครองโลกมนุษย์ 

ดังนั้นเทพองค์นี้ก็เลยส่งลูกชายตัวเองลงมาปกครองโลกมนุษย์ค่ะ

 พร้อมกับให้ของต่างๆ มามากมาย มีการเสกพระอาทิตย์ เสกพระจันทร์ เสกนู่นเสกนี่ขึ้นมา เสกๆๆๆ เขาก็ปกครองเมืองแห่งเทพนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึง เกิดสัมผัสได้ว่าในถ้ำแถวนั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่ 2 สิ่ง กำลังอธิษฐานอะไรบางอย่างอยู่ นั่นก็คือหมีกับเสือนั่นเอง คือสัตว์สองตัวนี้เกิดอยากเป็นมนุษย์ขึ้นมาค่ะ

 ทีนี้พออยากเป็นมนุษย์ เทพองค์นี้ก็เลยเดินทาง ไปหาหมีกับเสือค่ะ

 แล้วก็ไปสอนทริคต่างๆ ให้ บอกว่า เออ เธอกันแค่อย่างนี้นะ กินของวิเศษกินนู่นกินนี่ กินไปกินมา แล้วเดี๋ยวพอครบ 100 วัน เธอจะมีโอกาสได้เป็นมนุษย์ ผ่านไป 100 วัน เสือทำสำเร็จมั้ยไม่รู้ 

แต่ว่าหมีทำสำเร็จค่ะ

 หมีก็เลยกลายเป็นมนุษย์ผู้หญิงขึ้นมานะคะ 

แต่ปรากฏว่าหมียังไม่พอค่ะ

 จู่ๆ หมีก็อธิษฐานขึ้นมาอีกรอบ “อยากมีลูก อยากมีลูก อยากมีลูกจังเลย” 

ดังนั้นเทพองค์นี้ก็เลยสนองความต้องการของหมีให้ค่ะ

 โดยการรับหมีขึ้นมาเป็นเมียของตัวเองนะคะ ทั้งคู่มีลูกด้วยกันอยู่คนนึงค่ะ

 ซึ่งต่อมาลูกคนนี้ก็ขึ้นปกครองเป็นกษัตริย์องค์แรกของเกาหลีนะคะ ชื่อว่าทันกุนวังกย็อมนั่นเอง และทันกุนวังกย็อมก็สร้างเมืองหลวงขึ้นมาบริเวณเมืองเปียงยางในปัจจุบันนี่ละค่ะ

 ก็คือเมืองหลวงของเกาหลีเหนือนะคะ หลังจากนั้นก็ปกครองมาเรื่อยๆ ตั้งราชวงศ์ของตัวเอง เรียกว่าราชวงศ์โชซ็อนโบราณนั่นเอง หรือว่าที่เรารู้จักกันในนามของโคโชซ็อนนั่นเองโคแปลว่า โบราณน่ะนะ อันนี้ไม่ใช่โชซ็อนที่เรากำลังจะพูดถึงนะคะ ต้องบอกว่าโชซ็อนมี 2 ยุคเนอะ อันนี้คือราชวงศ์โชซอนโบราณค่ะ

 หลังจากนั้นนะคะ ราชวงศ์โชซ็อนโบราณ ก็สืบต่อกันมาเรื่อยๆ มาอย่างยาวนานค่ะ

 

แต่นี่คือประวัติศาสตร์แบบตำนานใช่มะ มันไม่ใช่ประวัติศาสตร์แบบประวัติศาสตร์จริงๆ เขาบอกว่านักประวัติศาสตร์จริงๆ เชื่อว่าราชวงศ์โชซ็อนโบราณเป็นยุคสมัยของยุคสำริด ก็เป็นช่วงนึงของยุคโลหะนะคะ ซึ่งอาศัยกันอยู่เป็นกลุ่มก้อน มีการทำการเกษตรอะไรต่างๆ นานา ซึ่งราชวงศ์โชซ็อนโบราณก็มีอายุยาวหลายร้อยปี เลยทีเดียวเลยนะคะ และมีความสัมพันธ์กับจีนค่ะ

 คือยุคราชวงศ์โคโชซ็อนของเกาหลีจะตรงกับ ยุคราชวงศ์โจวของจีนค่ะ

 

แต่ว่าหลังจากที่ปกครองไปเรื่อยๆ ด้วยความที่มันค่อนข้างยาวนานเนอะ จีนก็มีการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ไปต่างๆ จนกระทั่งถึงสมัยราชวงศ์ฮั่นค่ะ

 ขออนุญาตเทียบกับจีนเยอะหน่อยนึงนะ เพราะว่าจะได้เห็นไทม์ไลน์ชัดเจน กษัตริย์ฮั่นอู่ตี้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮั่นของจีนค่ะ

 มีการไปตีนั่นตีนี่ ขยายอำนาจมากมาย รวมถึงแผ่กระจายอำนาจลงมาที่คาบสมุทรเกาหลีด้วยนะคะ แน่นอนว่าเจอราชวงศ์ฮั่นที่ยิ่งใหญ่เข้าไปขนาดนั้น เกาหลีก็ไม่รอดค่ะ

 

ดังนั้นราชวงศ์โชซ็อนโบราณก็เลยแตกนะคะ โดนราชวงศ์ฮั่นของจีนตีกระจุยกระจายไปค่ะ

 ซึ่งการปกครองของจีนในสมัยนั้น เขาจะปกครองเป็นแบบมณฑลต่างๆ คือได้ที่ไหนมาเขาก็จะแบ่งเป็นมณฑลๆ เพื่อที่ว่าจะได้ปกครองแบบง่ายๆ เขาก็เลยจัดการแบ่งคาบสมุทรเกาหลี ตอนนั้นออกเป็น 4 มณฑลด้วยกันค่ะ

 โดยที่มีมณฑลสำคัญอยู่มณฑลนึงนะคะ ชื่อว่ามณฑลนังนังนั่นเอง ส่วนอีก 3 มณฑลเนี่ยเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรหรอก เพราะว่ามันไม่ค่อยมีทรัพยากรธรรมชาติไง มีแค่มณฑลนังนังที่ทรัพยากรธรรมชาติมีเยอะมากๆ นะคะ เป็นแบบอุดมสมบูรณ์อะไรต่างๆ จีนก็โฟกัสอยู่

แต่ตรงนี้ แน่นอนว่าเวลาจีนโฟกัสอยู่แค่มณฑลเดียว อีก 3 มณฑลไม่มีการโฟกัสใช่มั้ยคะ? เวลาเราโดนใครมาตีอะ แล้วเขาไม่ค่อยสนใจเรา เราก็รู้สึกว่าอยากกู้เอกราชตัวเองคืนใช่มั้ยคะ? 

ดังนั้นระยะเวลาผ่านไปอีก 3 มณฑลที่เหลือก็เลยพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นชนเผ่าที่ปกครองตัวเองขึ้นมาค่ะ

 มีทั้งหมด 3 ชนเผ่าด้วยกันนะคะ ชื่อว่า 1. ชนเผ่าโคกูรยอ 2. ชนเผ่าแพ็กเจ แล้วก็สุดท้ายชนเผ่าชิลลานั่นเองค่ะ

 และทำให้เกิดยุคสมัย 3 ราชอาณาจักรขึ้น ในประวัติศาสตร์เกาหลีในที่สุดค่ะ

 หลังจากนั้นทั้ง 3 อาณาจักรก็มี การเติบโตของตัวเองไปต่างๆ นานา แพ็กเจช่างมันไป ส่วนโคกูรยอสำคัญมาก เพราะว่าอาณาจักรนี้พัฒนาตัวเองขึ้นมายิ่งใหญ่นะคะ จนกระทั่งในที่สุดเมื่อราชวงศ์ฮั่นมีการเสื่อมอำนาจ หรืออะไรก็ตามเนี่ย ทำให้โคกูรยอไปยึดมณฑลนังนัง คืนมาเป็นของตัวเองได้ค่ะ

 ไปกลืนกินเข้ามา ทำให้โคกูรยอค่อนข้างที่จะอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติมากทีเดียวค่ะ

 รวมไปถึงอาณาจักรโคกูรยอก็มีมหาราชองค์แรกของเกาหลีเกิดขึ้นเหมือนกันค่ะ

 นั่นก็คือกวางแกโตมหาราชนั่นเองนะคะ 

ถ้าใครอยากรู้นะว่ากวางแกโตมหาราชอยู่ประมาณไหน ตอนนี้ในสมัยของราชวงศ์จีนเนี่ยไปถึงราชวงศ์ถังแล้วนะคะ 

ดังนั้นกวางแกโตมหาราชเนี่ยร่วมยุคกับ พระเจ้าถังเกาจงของจีนค่ะ

 ยังงงอยู่ใช่มั้ยถังเกาจงคือใคร? ถังเกาจงคือพระสวามีของบูเช็กเทียนนะคะ น่าจะทำให้เห็นไทม์ไลน์กันง่ายขึ้นเนอะ 

แต่อย่างไรก็ดี ชนเผ่าโคกูรยอก็ไม่ได้เทพขนาดนั้นค่ะ

 เพราะว่าชนเผ่าที่เทพจริงๆ คือชนเผ่าชิลลานั่นเอง ชนเผ่าชิลลาเนี่ยนะคะ มีจักรพรรดิ์องค์นึงที่ชื่อว่าจักรพรรดิ์มุนมูค่ะ

 เป็นจักพรรดิ์ที่เก่งมากๆ นะคะ แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนในที่สุด ก็สามารถไปตีชนเผ่าโคกูรยอและชนเผ่าแพ็กเจ แล้วก็สามารถรวมรวมแผ่นดินทั้ง 3 อาณาจักรให้เป็นหนึ่งได้ค่ะ

 ทำให้เกิดยุคของชิลลาขึ้นนะคะ 

แต่ยุคนี้ไม่ได้เรียกว่ายุคของชิลลาค่ะ

 ยุคนี้เรียกว่าอาณาจักรเหนือใต้ เพราะว่าในสมัยโบราณเวลาเขายึดพื้นที่กัน มันไม่ใช่แบบ กางแผนที่ปัจจุบันแล้วก็ระบายสีว่าฉันจะยึดทั้งก้อนนี้เลยนะ มันยึดพื้นที่ได้แค่ตรงกลางค่ะ

 ด้านบนยังเป็นอิทธิพลของจีนอยู่ แล้วด้านล่างยังเป็นชนเผ่าอะไรบางอย่างอยู่นิดๆ หน่อยๆ นะคะ 

ดังนั้นยุคนี้เราก็เลยเรียกว่ายุคของอาณาจักรเหนือใต้นั่นเองค่ะ

 หลังจากที่ชนเผ่าชิลล่าควบคุมดินแดนให้เป็นปึกแผ่นมาได้ซักระยะนึง แน่นอนว่าวัฏจักรมันก็เป็นอย่างนี้แหละ ขึ้นลงๆ ไปนะคะ ชนเผ่าชิลลาก็ค่อยๆ เสื่อมอำนาจลงค่ะ

 เพราะว่าสมัยนั้นมันยังไม่มีความรู้สึกเป็นชาติ ฉันเป็นชาติเกาหลี ฉันต้องอยู่ร่วมกัน ใช่มั้ยคะ? ทุกคนรู้สึกว่า โอเค ฉันเป็นคนเผ่าชิลลา ฉันเป็นคนอาณาจักรโคกูรยอที่โดนชิลลากดไว้ ฉันเป็นคนแพ็กเจ โคกูรยอกับแพ็กเจก็รู้สึกว่าจะต้องดึงเอกราชฉันคืนมา แล้วก็ลุกขึ้นมากู้เอกราชของตัวเองอีกรอบ 

ดังนั้นประวัติศาสตร์เกาหลีก็เลยแตกออกเป็น 3 ชนเผ่าอีกรอบค่ะ

 ก็คือยุค 3 ราชอาณาจักรใหม่นั่นเองนะคะ ก็จะมีอาณาจักรโคกูรยอใหม่ อาณาจักรแพ็กเจใหม่ แล้วก็อาณาจักรชิลลาใหม่ค่ะ

 ซึ่งก็ตามสเต็ปนะคะ ระยะเวลาผ่านไปเดี๋ยวอีกแปบนึงพอมันแตกแยกเดี๋ยวมันก็ต้องมารวมกันใหม่นะคะ 

แต่ว่าคราวนี้คนที่รวมไม่ใช่ชนเผ่าชิลลาแล้ว คนที่รวมอาณาจักรทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ก็คือชนเผ่าโคกูรยอนั่นเองค่ะ

 สามารถรวมอาณาจักรได้สำเร็จนะคะ แล้วก็ตั้งราชวงศ์ใหม่ขึ้นมา ไม่ได้ตั้งราชวงศ์ชื่อโคกูรยอนะ ตัดคำว่ากูออกหนึ่งคำ ตั้งราชวงศ์ชื่อโครยอนั่นเอง โครยอ โครยอ คุ้นๆ มั้ย? Korea นั่นเองนะคะ นี่คือที่มาของชื่อ Korea หรือว่าเกาหลีนะคะ หลังจากนั้นนะคะ ราชวงศ์โครยอก็ปกครองต่อมาอีก ค่อนข้างยาวนานเลยทีเดียวเลยค่ะ

 ซึ่งจะบอกว่ายุคนี้ค่อนข้าง เป็นยุคที่ยิ่งใหญ่ของเกาหลีเลยทีเดียวนะคะ ก็เริ่มมีความเคร่งครัดอะไรต่างๆ แล้วก็ได้รับอิทธิพลต่างๆ จากจีนค่อนข้างมากค่ะ

 ในยุคนี้สิ่งที่เด่นมากๆ เลยคือการรับพุทธศาสนาเข้ามานั่นเอง ตามสไตล์ของที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีนเนอะ 

แต่ว่าในยุคนี้ก็จะมีความค่อนข้างเหมือน ในซีรี่ส์เกาหลีเล็กๆ น้อยๆ คือมีการแย่งชิงอำนาจกัน คือราชวงศ์นี้มันไม่ใช่ชนเผ่าแล้วไงนึกออกปะ มันเป็นราชวงศ์เป็นยิ่งใหญ่ พอมันมีอำนาจก็ต้อง มีการแย่งอำนาจกันเกิดขึ้นนะคะ ก็จะมีการแย่งชิงอำนาจระหว่างขุนนาง-กษัตริย์อะไรอย่างนี้ บางทีขุนนางก็มีอำนาจมมากกว่ากษัตริย์ กษัตริย์ก็กลายเป็นหุ่นเชิดอะไรก็มีค่ะ

 ซึ่งพอมันมีการแย่งชิงอำนาจกันเองมัน ก็มีการเสื่อมอำนาจเกิดขึ้น คนภายในแตกแยกกัน คนภายนอกก็เข้ามาแทรกแซงได้นะคะ พอดีว่าตอนที่แตกแยกกันเนี่ย ดันเป็นช่วงที่จีนกำลังเรืองอำนาจสุดขีดเลยค่ะ

 ยุคนั้นเป็นยุคราชวงศ์หยวนของจีนนะคะ ราชวงศ์หยวนเป็นราชวงศ์ของพวกมองโกล พวกมองโกลมีใครอยู่? มีกุบไล ข่าน เฮ้ย คือแบบ เลือกเวลาทะเลาะกันได้เยี่ยมมาก คุณมาทะเลาะกันในสมัยกุบไล ข่านนะคะ ซึ่งกุบไล ข่านเนี่ยแผ่อำนาจกระจายไป ทั่วดินแดนไปหมดเลยใช่มั้ยคะ แน่นอนว่าโครยอรอดมั้ยคะ? ไม่รอดนะคะ กุบไล ข่านเข้ามายึดโครยอได้ในที่สุดค่ะ

 ตอนนั้นเนี่ยพอยึดแล้วก็ต้องมีการสร้างระบบ อะไรบางอย่างขึ้นมาเพื่อปกครองกัน 

ดังนั้นพวกรัชทายาทต่างๆ ของโครยอก็จะต้อง เดินทางไปที่ปักกิ่ง ไปเรียนหนังสือตั้ง

แต่เด็ก แล้วก็โดนฝั่งความคิดต่างๆ เกี่ยวกับมองโกลในสมอง ว่ามองโกลเจ๋งอย่างนั้น มองโกลเจ๋งอย่างนี้ แล้วก็หลังจากนั้นรัชทายาทเหล่านี้ ก็ต้องกลับมาปกครองเกาหลีใช่มั้ยคะ ทำให้ในราชสำนักของโครยอตอนนั้นเนี่ย ความจีนมองโกลฝั่งหัวมากๆ แฟชั่นก็ต้องแบบมองโกล อะไรก็ต้องแบบมองโกลไปหมดเลย ล้างสมองเบ็ดเสร็จทีเดียวเลยนะคะ ราชวงศ์โครยอก็ตกเป็นเมืองขึ้นของราชวงศ์หยวนอยู่ ค่อนข้างนานนะคะ จนในที่สุดราชวงศ์หยวนก็ค่อยๆ เสื่อมอำนาจของตัวเองลงไปค่ะ

 ราชวงศ์หมิงเริ่มขึ้นมาละ ตอนนี้กำลังเป็นช่วงรอยต่อระหว่าง ราชวงศ์หมิงกับราชวงศ์หยวนกำลังทะเลาะๆ กันอยู่นิดนึง แน่นอนว่าเจ้าอาณานิคมทะเลาะกัน ส่งผลต่อประเทศราชมั้ย? ส่งผลนะคะ 

ดังนั้นราชวงศ์โครยอของเกาหลีก็เลยเริ่มมีการเถียงกันภายในว่า เฮ้ย ฉันจะปลกแอกตัวเองจากราชวงศ์หยวนดีมั้ย ฉันไปเข้าข้างราชวงศ์หมิงดีมั้ย หมิงเขาบอกว่าเขาจะช่วยฉัน ฉันจะได้หลุดจากการปกครองของราชวงศ์หยวนซักที ก็มีการตีกันระหว่างฝ่ายที่โปรหยวนกับฝ่ายที่โปรหมิงเกิดขึ้นนะ จนในที่สุดก็เกิดขุนพลคนสำคัญขึ้นมา 2 คนด้วยกันค่ะ

 ตอนแรกทั้งคู่กะว่าจะเดินทางออกจากคาบสมุทรเกาหลี ไปช่วยราชวงศ์หยวนตีราชวงศ์หมิงให้แตกเลย แล้วเราก็จะได้รับความดีความชอบ จากราชวงศ์หยวนอะไรทำนองนั้นนะ 

แต่ไปกลางทางค่ะ

 ปรากฏว่าทั้งสองคน มีความคิดไม่ตรงกัน นายพลลีซองกเยเกิดรู้สึกว่า “ไม่เอาอะ ฉันอยากเข้าข้างหมิงมากกว่า” 

ดังนั้นเขาก็เลยจัดการฆ่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต่างๆ แล้วก็ยกทัพกลับมาที่เมืองหลวงของโครยอนะคะ แล้วก็จัดการล้มล้างใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับหยวน ฆ่าทิ้งให้หมดเลยนะคะ แล้วก็ยึดอำนาจมาเป็นของตัวเอง เสร็จแล้วก็พยายามตั้งกษัตริย์ขึ้นมาใหม่ ตั้งนู่นตั้งนี่ ตั้งๆๆ ตั้งไปตั้งมา กษัตริย์ก็ไม่ได้ดั่งใจซักที คือปกครองไม่ได้ดั่งใจนะคะ 

ดังนั้นนั้นเขาก็เลยฆ่าจักรพรรดิ์ที่ไม่ได้เรื่องทิ้ง แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ์องค์ใหม่ค่ะ

 แล้วก็แน่นอนว่าเขาไม่มีเชื้อสายเกี่ยวกับราชวงศ์เก่าใช่มั้ยคะ เขาก็เลยต้องตั้งราชวงศ์ใหม่ขึ้นค่ะ

 นั่นก็คือราชวงศ์โชซ็อนนั่นเองค่ะ

 นี่แหละราชวงศ์ที่เราจะพูดถึงนะคะ ยาวนานมั้ยกว่าจะมาถึง? เพราะว่าเป็นราชวงศ์ท้ายๆ แล้วเนอะ นายพลลีซองกเยพอขึ้นมาครองราชย์ปุ๊บ ก็เรียกชื่อตัวเองว่าจักรพรรดิ์แทโจนั่นเองนะคะ แล้วก็รู้สึกว่าอยากย้ายเมืองหลวงนะคะ คือเมืองหลวงอยู่ตรงเปียนยางทางเหนือนี่ไม่โอเคละ ฉันอยากลงไปอยู่ทางใต้นิดนึง ดันนั้นก็เลยตั้งเมืองหลวงใหม่ที่เมืองฮันยางนะคะ ก็คือบริเวณกรุงโซลปัจจุบันนั่นแหละ แล้วก็ตั้งวังขึ้นมา ก็คือวังคย็องบกที่เราเห็นอยู่ในปัจจุนันนี่ล่ะค่ะ

 แล้วก็ตั้งวังนู้นวังนี้มากมายที่เราไปเที่ยวกันนะคะ หลังจากนั้นราชวงศ์นี้ก็ปกครองเกาหลีต่อมาเรื่อยๆ แล้วก็ถือเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์เกาหลีเลยนะคะ เพราะว่ามีการเอาปรัชญานึงเข้ามาใช้แทนปรัชญาพุทธค่ะ

 ก็คือปรัชญาขงจื๊อนั่นเองนะคะ ในยุคสมัยของลูกชายจักรพรรดิ์แทโจชื่อว่าพระเจ้าแทจงนะคะ คือพอขงจื๊อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเนี่ย มันก็ทำให้กฎเกณฑ์ทางสังคมค่อนข้างเป๊ะ ก็จะมีการแบ่งชนชั้นทางสังคมชัดเจน ในยุคสมัยนั้นแบ่งออกเป็นถึง 4 ชนชั้นด้วยกันนะคะ ก็คือ 1. ชนชั้นขุนนาง ก็จะเป็นพวกชนชั้นสูง ไฮโซต่างๆ ชนชั้นที่ 2 ก็จะเป็นชนชั้นลูกจ้างของรัฐนะคะ ก็จะลดลงมานิดนึง อาจจะไม่ไฮโซเท่าขุนนาง ไม่สามารถสอบจอหงวนได้ 

แต่ก็เป็นลูกจ้างระดับเล็กของรัฐได้ ไม่ลำบากยากแค้นอะไรขนาดนั้น แล้วก็มีชนชั้นประชาชนทั่วไป ทำไร่ไถนาอะไรกันไป 

และสุดท้ายคือชนชั้นทาสนั่นเองนะคะ ก็จะเป็นพวกที่ถูกรังเกียจจากสังคม ต้องมาเป็นแรงงานเป็นเหมือนสิ่งของ ส่วนพวกทาสที่ไม่ได้เจ้านายเนี่ย คนที่เป็นผู้ชายก็จะต้องไปทำงานอะไรที่คนรังเกียจ เช่น เชือดสัตว์ เก็บศพ อะไรอย่างนี้นะ ส่วนผู้หญิงก็ทำงานที่คนรังเกียจเหมือนกัน เช่น แพทย์หญิง หรือว่าเป็นหมอผี คนทรง อะไรทำนองนี้ค่ะ

 และแน่นอนนะคะ ราชวงศ์โชซ็อนก็มีกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่อยู่องค์นึงขึ้นมา 

ถ้าใครที่ดูซีรี่ส์เกาหลีน่าจะคุ้นๆ ชื่อนะคะ นั่นก็คือพระเจ้าเซจงมหาราชนั่นเองค่ะ

 พระเจ้าเซจงมหาราชนี่ทำอะไรให้เกาหลีเยอะมากๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น หนึ่งเลย คิดอักษรฮันกึลหรือว่าอักษรเกาหลีที่เราเห็นทุกวันนี้ขึ้นมาแทนอักษรจีนที่ใช้กันมาตั้ง

แต่สมัยโบราณค่ะ

 คือที่ผ่านมาเขาใช้อักษรจีนเขียนแทนเสียงเกาหลีมาตลอดเลยจนกระทั่งมีการประดิษฐ์อักษรขึ้นในสมัยพระเจ้าเซจงนี่ล่ะค่ะ

 นอกจากนั้นก็มีการตั้งสำนักปราชญ์ขงจื๊ออะไรต่างๆ แล้วก็วางกฎเกณฑ์การรับสมัครจอหงวนอะไร เรียกได้ว่าทำให้กฎเกณฑ์ทางสังคมค่อนข้างเป๊ะ แล้วก็ใช้ได้อย่างดีนะคะ ทำให้เกิดเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์เกาหลีขึ้นเลยนะ เพราะว่าพอระบบการปกครองมันเป๊ะอะ นึกออกปะ 

ดังนั้นการปกครองอะไรมันก็จะพัฒนาไปง่าย มีการคานอำนาจกันต่างๆ มากมาย 

แต่ระบบก็เป็นแค่ระบบค่ะ

 

ถ้าเกิดมีคนเอามาใช้ให้ผิดมันก็จะผิดนะคะ ยุคหลังๆ ของราชวงศ์โชซ็อนเนี่ยเกิดการเสื่อมสลาย เพราะว่าแบบที่ซีรีส์เรื่องต่างๆ เล่นเลยค่ะ

 คือซีรีส์ต่างๆ มันก็อยู่ในยุคนี้ใช่มะ มันก็มีการแบ่งชิงอำนาจกันโหดมากๆ ใครที่เคยดูจะรู้นะคะว่าแทบทุกเรื่องเหมือนกันหมด คือมันจะต้องมีขุนนางผู้ใหญ่ซักคนนึงที่แบบ ฉันอยากได้ กระหายอำนาจ แล้วฉันก็มีลูกสาวสวย ฉันก็เลยส่งลูกสาวไปเป็นมเหสีของจักรพรรดิ์ พอจักรพรรดิ์อยู่กับลูกสาวคนนี้ก็มีลูกออกมา ลูกก็จะต้องมีความเชื่อฟังแม่ พอพ่อตายไป แม่ก็แบบ มีอายุยืนยาวกว่าใช่ปะ ลูกชายขึ้นมาปกครองก็ต้องเชื่อแม่เพราะแม่ขึ้นมาเป็นพระพันปีแล้ว แม่ก็เอาอำนาจของลูกเนี่ยไปให้ครอบครัวของตัวเอง แล้วครอบครัวของตัวเองก็จะส่งเด็กสาวคนนึงเข้ามา 

แต่งงานกับลูกของลูกอีก อะไรอย่างนี้ ทำให้ในที่สุดแล้วอำนาจการปกครองทั้งหมด ไปอยู่ที่ตระกูลๆ เดียวก็คือตระกูลขุนนาง กษัตริย์ไม่มีอำนาจที่แท้จริง กลายเป็นขุนนางมีอำนาจที่แท้จริงมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าพอเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น ขุนนางมีอำนาจมากเกินไปก็จะต้องมีการฉ้อราษฎร์บังหลวง คอรัปชั่นอะไรขึ้นต่างๆ ทำให้ประชาชนเริ่มอยู่แบบไม่มีความสุข เริ่มลำบากยากแค้นอะไรต่างๆ ก็ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ

 จนกระทั่งในที่สุดนะคะ การเมืองภายในแบบนี้ทำก็ให้ราชวงศ์โชซ็อนล่มสลาย เพราะว่าในตอนที่เราอ่อนแออะ คนอื่นเขาก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ใช่ปะ ยุคนั้นนะคะ เป็นยุคที่ญี่ปุ่นล่าอาณานิคมค่ะ

 คือนี่เริ่มยุคสมัยใหม่แล้วเนอะ และแน่นอนว่าเกาหลีเนี่ยเป็นอะไร? เกาหลีเป็นติ่งหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างญี่ปุ่นกับจีน เป็นสองมหาอำนาจที่พยายามจะยึดกันตลอดเวลานะคะ 

ดังนั้นญี่ปุ่นก็เลยจัดการเข้ามายึดเกาหลีในที่สุดค่ะ

 ก็มีการบุกเข้ามาในวัง จับพระมเหสี ฆ่าทรมาน แบบว่ารุนแรงมากๆ นะคะ ส่วนจักรพรรดิ์เกาหลีก็มีการหนีไปอยู่สถานทูตรัสเซียเพื่อให้รัสเซียช่วย 

แต่สุดท้ายแล้วถึงจะกลับมาก็ประกาศตัวเอง ฉันจะตั้งจักรวรรดิเกาหลีมาสู้กับจักรวรรดิญี่ปุ่น 

แต่ก็ไม่สำเร็จนะคะ โดนญี่ปุ่นกลืนกินได้ในที่สุด แล้วก็กวาดล้างเอาราชวงศ์เกาหลีทั้งหมดไปอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ

 ก็เป็นอันจบราชวงศ์เกาหลีที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนานนะคะ ทีนี้นะคะ แน่นอนว่าเราพูดถึงหนังเรื่อง Kingdom ซึ่งก็อยู่ในสมัยราชวงศ์โชซ็อนใช่มั้ยคะ? 

ดังนั้นค่ะ

 บังเอิญมากๆ เลยตอนนี้ ที่ Groove เซ็นทรัลเวิร์ลนะคะ มีนิทรรศการเกี่ยวกับราชวงศ์โชซ็อนของเกาหลีค่ะ

 เดี๋ยวเราตามไปดูนิทรรศการนี้กันดีกว่าค่ะ

 ปะ! แอ๊ะ เจ็บคอ พูดยาวมาก สำหรับใครที่สนใจนะคะ หลังจากฟังเรื่องราวของราชวงศ์เกาหลีไปแล้วเนี่ย มันก็มีนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่อง Kingdom ของ Netflix ด้วยนะคะ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะมาดูไม่ทัน 

ดังนั้นวิวจะพาทุกคนไปทัวร์ค่ะ

 ว่าด้านในที่เขาจัดนิทรรศการเกี่ยวกับราชวงศ์โชซ็อนเนี่ยมีอะไรบ้างที่น่าสนใจนะคะ เดี๋ยวตาวิวมาดูกันเลย ปะ! 

แต่เราจะไม่สปอยล์นะจ้ะ นี่อย่างที่เมื่อกี้วิวบอกใช่มั้ยคะ ราชวงศ์โชซ็อน เป็นราชวงศ์ที่แบ่งชนชั้นทางสังคมค่อนข้างชัดเจนค่ะ

 

ดังนั้นในห้องนี้จะโชว์ของที่เป็นของชนชั้นสูงต่างๆ ซึ่งก็จะทำให้เห็นการแบ่งชนชั้นที่ค่อนข้างชัดเจนเลย อย่างอันนี้ก็เป็นดาบของทหารนะคะ ที่เอาไว้ใช้ ก็จะหน้าตาเป็นแบบนี้ หรือว่าอันนี้ก็จะเป็นพวกเครื่องรางอะไรต่างๆ เป็นสัญลักษณ์แทนตำแหน่งต่างๆ ของพวกขุนนงขุนนางอะไร ว่า เออ สีนี้อะไรอย่างนี้เป็นตำแหน่งไหนอะไรยังไง เพราะว่ากฎเกณฑ์ทางสังคมของ ราชวงศ์โชซ็อนค่อนข้างเป๊ะๆ ใช่มั้ยคะ หรือว่าอันนี้ก็จะเป็นเหมือนกึ่งๆ บัตรประชาชนของคน ในสมัยราชวงศ์โชซ็อน คือเหมือนป้ายประจำตัวอะ คือเหมือนป้ายประจำตัวอะ แค่ชูขึ้นมาเขาก็จะรู้ว่าเราตำแหน่งไหนอะไรยังไง สมมุติว่าเราเก็บป้ายนี้ไว้ปุ๊บ คนก็จะไม่รู้เลยว่าเราเป็นใครอะไรยังไงนะคะ หรือว่าอันนี้ก็โถที่เอาไว้ใส่สมุนไพรอะไรต่างๆ ที่เขา จำลองมาให้ดูนะว่าเวลาที่เขารักษาจะใช้โถอะไรแบบไหน ซึ่งด้วยความที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปนกันระหว่างประวัติศาสตร์ ซอมบี้ แล้วก็การแพทย์ ทำให้มีของสิ่งนี้อยู่ที่นี่ค่ะ

 ปะ เดี๋ยวเราเข้าไปดูด้านในกันนะคะว่ามีอะไรต่อ อย่างห้องนี้ก็จะแสดงเป็นห้องพักของกษัตริย์เนอะ เป็นแบบว่าอุปกรณ์การทำงงทำงานอะไร อันนี้ก็จะเป็นของกึ่งๆ เสนาบดี ผู้สำเร็จราชการอะไรแบบนี้นะคะ ว่าอุปกรณ์เครื่องเขียนของสมัยราชวงศ์โชซ็อนมีอะไรบ้างนะ ห้องนี้นะคะเขาก็จะแสดงอาวุธต่างๆ ที่ใช้ในสมัยราชวงศ์โชซ็อนว่ามีอะไรบ้าง ก็เดี๋ยวตามมาดูกัน อย่างอันนี้ก็จะเป็นหอกที่ใช้ ด้านบนจิ้มได้ ตรงนี้ก็ฟันได้เหมือนกัน หรือว่าธนูก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างฮิตในสมัยราชวงศ์โชซ็อนนะคะ เท่านั้นยังไม่พอ ในช่วงยุคหลังๆ ของโชซ็อนเนี่ย อย่างที่วิวบอกว่ายุคโชซ็อนมันค่อนข้างยาวเนอะ ยาวประมาณ 600 ปีเลยทีเดียว ยุคหลังๆ ปืนไฟเริ่มเข้ามาแล้วนะคะ ได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่นแล้วก็จีนค่ะ

 ก็เริ่มมีการพัฒนาอะไรต่างๆ เริ่มมีการใช้ปืนไฟแล้วเช่นกันนะคะ ส่วนสำหรับตรงนี้ก็จะเป็นเกี่ยวกับอาหารการกินต่างๆ ของคนที่เป็นชนชั้นล่างนิดนึง เพราะอย่างที่บอกว่าชนชั้นของสมัยราชวงศ์โชซ็อน จะค่อนข้างแบ่งแยกชัดเจนมากนะคะ อันนี้ก็จะเป็นของใช้ของคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักรงนักรบ เขาใช้อะไรได้บ้างนะคะ ส่วนภาพนี้ มาดูภาพนี้กันดีกว่า ภาพนี้มันอาจจะเกี่ยวกับในซีรี่ส์เป็นหลักเนอะ แบบว่ามีโรคระบาดอยู่ข้างนอก ชนชั้นล่างกำลังต่อสู้กับโรคระบาดอยู่นอกกำแพงเมือง ในขณะที่ในกำแพงเมืองใช้ชีวิตกันแบบเริงระบำกันสบายมาก มันก็แสดงให้เห็นว่า เออ มันมีชนชั้นเกิดขึ้นจริงๆ นะ ชนชั้นสูงเนี่ยใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในเมือง ในขณะที่ชนชั้นล่างลำบากยากเข็ญอยู่ภายนอกนะคะ ซึ่งสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงชนชั้นอันชัดเจนนั่นเองค่ะ

 ว่านี่แหละ ในยุคสมัยของราชวงศ์โชซ็อนมันมีการคอรัปชั่น มีอะไรต่างๆ นานามากมาย ทำให้ระบบของ ราชวงศ์โชซ็อนล่มสลาย แล้วก็ถูกชาติอื่นกลืนกินในที่สุดค่ะ