ธาตุเหล็กเกินสะสมในร่างกายคืออะไร (มีคลิป)



โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เป็นโรคทางพันธุกรรม โดยในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียถึง 5,000 – 6,000 คน บางคนที่มีอาการรุนแรงจนต้องรับเลือดเป็นประจำ ส่งผลให้มีธาตุเหล็กเกินสะสมในร่างกาย เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับหรือหัวใจเต้นผิดปกติ ขั้นรุนแรงอาจจะเสียชีวิตได้

โรคธาลัสซีเมียเป็นโรคพันธุกรรมครับ เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดขึ้นเนื่องจากว่า มีพันธุกรรมแฝงในพ่อและในแม่ ก็จะทำให้เกิดโรคธาลัสซีเมียเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งก็จะเป็นคนไข้ที่มีอาการรุนแรง แล้วก็ต้องการการรักษาด้วยการรับเลือด แล้วก็จะมีภาวะเหล็กเกินครับ เนื่องจากในเลือดที่เราให้คนไข้ทุกยูนิต ก็จะมีปริมาณเหล็กที่อยู่ในนั้น ประมาณ 100-120 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าเหล็ก ที่ร่างกายได้รับจากอาหารเป็นร้อยเท่านะครับ เพราะฉะนั้น หลังจากที่คนไข้ ได้รับเลือดไปแล้วประมาณ 10-12 ครั้งนี่ ร่างกายของของคนไข้ก็จะเริ่มมี การสะสมธาตุเหล็กขึ้นมา เช่น ที่ในตับ หรือว่าที่ในหัวใจ กรณีที่มีเหล็กเกินในหัวใจ จะทำให้การทำงานของหัวใจเสื่อมลง เกิดการเต้นของหัวใจผิดปกติ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยที่ไม่ได้ รับการรักษาเรื่องภาวะเหล็กเกินเสียชีวิตได้ กรณีที่เหล็กไปสะสมในตับ จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งตับ หรือเป็นตับแข็ง ทั้งสองกรณีล้วนมีโอกาส ทำให้ผู้ช่วยเสียชีวิตได้ การวัดปริมาณธาตุเหล็กในร่างกาย จึงเป็นสิ่งจำเป็น ได้แก่ วิธีเจาะเลือด เพื่อวัดระดับเฟอร์ริติน (Ferritin) หรือวิธีการตรวจ MRI T2* เพื่อวัดระดับธาตุเหล็ก ในเนื้อเยื่อหัวใจและตับ ซึ่งมีความแม่นยำ เชื่อถือได้ แต่ก็ต้องใช้ซอฟต์แวร์ ที่นำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูงมาก กลุ่มวิจัยของผม โดยตัวผมเองก็ได้ริเริ่ม ที่จะหากระบวนการในการที่จะ พัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าวขึ้นมาในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ป่วยชาวไทยได้มีโอกาสเข้าถึง การตรวจประเมินดังกล่าวอย่างกว้างขวางครับ โดยการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เราเรียกว่า Siriraj Thalassemia Assessment หรือ SiTA เป็นงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือ ของหลายหน่วยงาน เนื่องจากมีความสำคัญมาก ในแนวทางการดำเนินงานวิจัย ว่าเป็น multidisciplinary หรือว่า multicenter นี่นะครับ จะเกิดงานวิจัยประเภทนี้ได้นี่ ก็จะต้องมีความร่วมมือกันอย่างชัดเจน ระหว่างภาควิชา ศูนย์ธาลัสซีเมียได้ร่วมมือกับ ภาควิชารังสีวิทยา และภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการประเมินภาวะเหล็กเกิน โดยใช้เครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI T2* เป็นแห่งแรกในเอเชีย และส่งผล MRI จากซอฟต์แวร์ของไทย ให้โปรเฟสเซอร์ จอห์น วูด จากมหาวิทยาลัย เซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ทำการวิเคราะห์ ปรากฏว่า ผลการวิเคราะห์ของสองสถาบัน ให้ผลการประเมินที่ไม่แตกต่างกัน ทำให้โปรแกรม SiTA Analysis ของไทย เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ การวินิจฉัย การติดตามโดยการใช้เครื่อง MRI ทำให้เราลดค่าใช้จ่าย ที่เดิมถ้าเราต้องการส่งตรวจ เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางต่างประเทศ ตอนนี้เรามีซอฟต์แวร์ของตัวเอง เราสามารถทำการวิเคราะห์ ที่ประเทศไทยได้เอง ก็เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านการรักษา แต่หลาย ๆ คน เราพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้ เมื่อไปทำ ศึกษาโดยการใช้โปรแกรม MRI พบว่ายังมีเหล็กสะสมในตับปริมาณสูงมาก ซึ่งจุดนี้เองทำให้เราสามารถพัฒนาการรักษา ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิต และผลการรักษาที่ดีขึ้น ผลที่ได้รับยังขยายต่อยอดไปสู่โครงการ APIA-MRI network เพื่อให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาลต่าง ๆ สถาบันทางการแพทย์ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้โครงการ APIA-MRI network นั้น เป็นโครงการแรกในโลกเลยนะครับ ที่ให้โอกาสผู้ป่วยและแพทย์ได้มีโอกาส วิเคราะห์ข้อมูลนี้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ตอนนี้เราก็ได้เริ่มโครงการนี้ กับที่่โรงพยาบาลเด็กนะครับ ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ตอนนี้เขาก็ได้เริ่มใช้ซอฟต์แวร์ของเรา แล้วก็ในปีหน้า เราก็จะมีหลาย ๆ โรงพยาบาลในภูมิภาคนี้ เช่น มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย นะครับ ที่จะมาขอเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของเน็ตเวิร์กของเราด้วยครับ เราไม่ใช่ทำงานวิจัยเพียงเพื่อจะได้ประโยชน์ ในแง่ของการตีพิมพ์ หรือประเมินผลงานในทางวิชาการเท่านั้นนะครับ แต่เราต้องการให้งานวิจัยของเรานั้น มันนำไปใช้ได้จริงในการปฏิบัติ งานวิจัยอะไรก็ตามที่เราทำ สุดท้ายมันต้องมีผลในทางปฏิบัติกับผู้ป่วย งานวิจัยนั้นถึงจะประสบผลสำเร็จสูงสุด