ทําไมต้องทําประกันชีวิต



เรามาดูกันว่าทําไมต้องทําประกันชีวิต ประกันชีวิตนั้นมันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ทำไมต้องซื้อประกันชีวิต สามารถหาคำตอบได้จากเนื้อหาต่อไปนี้ได้เลย และเนื้อหาต่อไปนี้คือคำบรรยายของคลิปนี้นะ ถ้าไม่อยากอ่านก็ดูแต่คลิปอย่างเดียวก็ได้ เพราะเนื้อหาเหมือนกันเลย

ประกันชีวิตซื้อดีหรือว่าไม่ซื้อดีนะ ฟุตบอลวันนี้คุณต้องการออกจากบ้านแล้วท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งแจ่มใส ดูแล้วฝนท่าทางจะไม่ตกแน่นอน คุณก็เลยเดินออกไปเรื่อยๆครับ จนกระทั่งคุณเจอร้านขายร่ม ร้านขายร่มบอกว่าเห็นนายซื้อร่มชั้นไหม ถ้าเกิดนายซื้อนะเวลาฝนตกเนี่ยนะจะได้มีร่มกลางปลอดภัยหายห่วง ร่มของเราจะดูแลนายเอง คุณก็ลังเลฟ้าก็แจ่มใสมีฝนจะตกก็ไม่มี คุณก็เลยตัดสินใจไม่ซื้อครับ และเมื่อคุณเดินผ่านร้านร่มต่อไปเรื่อยๆปรากฏว่าแจ็คพอตแตกครับ ฟ้ามืดเมฆคะนองก็มาเต็มไปหมด ฝนตกเปลี่ยนโฉม คุณแช่น้ำฝนได้หมดเลย

ใช่

เมื่อกี้ฉันเพิ่งผ่านร้านขายร่มมานี่ คุณเลยรีบวิ่งมาที่ร้านขายร่ม แต่ปรากฏว่าร้านขายร่มเขาก็ปิดหนีฝนไปแล้วครับ

เขาไม่ขายคุณอีกต่อไปแล้ว คุณก็ไม่ต้องโทษตัวเองว่า อย่างนู้นอย่างนี้นะ ตั้งแต่ฉันซื้อร่มตั้งแต่ก่อนฝนตกเนี่ย ชีวิตของฉันก็คงจะสบายกว่านี้ไม่ต้องมาลำบากแล้ว แย่จังเลย ประกันชีวิตก็เหมือนร่มเนี่ยแหละครับ เราจะคิดถึงร่มก็ต่อเมื่อเวลาที่เราอยากจะใช้มัน มันจะกลายเป็นของสำคัญทันทีเมื่อฝนตก

ก็ไม่แปลกนะครับถ้าวันนี้คุณไม่อยากซื้อประกันชีวิต ตราบใดที่คุณรู้สึกว่าร่างกายของคุณยังแข็งแรงอยู่ แต่คุณจะคิดถึงประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ก็ต่อเมื่อคุณเจ็บป่วย ไม่สบายหรือประสบอุบัติเหตุนั่นแหละครับ เพราะการซื้อประกันชีวิตก็เหมือนการพนันอย่างหนึ่งครับ โดยมีเจ้ามือเป็นบริษัทประกัน คุณสามารถพนันให้กับเขาได้ว่าฉันจะเจ็บป่วยอย่างแน่นอน 100% แล้วก็วางเงินไปถ้าเกิดคุณทายถูกเขาก็จะจ่ายเงินมาให้กับคุณตามกรมธรรม์ให้คุณได้สมัครเอาไว้

นั่นก็คือถ้าคุณยังไม่ซื้อประกันชีวิต เวลาเจ็บป่วยกูจะต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเงินเอาไว้เองทั้งหมด ถ้าเกิดคุณมีประกันชีวิตแล้วบริษัทประกันชีวิตจะแบกรับความเสี่ยงทางการเงินแทนคุณ ตามระดับสัญญาที่เขาได้ระบุเอาไว้ ความยากของการซื้อประกันชีวิตก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการใช้มัน คุณจะไม่สามารถหาซื้อไม่ได้อีกต่อไป แล้วคุณจะต้องซื้อมันล่วงหน้าก่อนที่คุณจะต้องได้ใช้จริง ถ้าคุณซื้อแล้วคุณไม่ได้เจ็บป่วยเลย มันก็กลายเป็นของแพงสำหรับคุณ แต่ถ้าหากว่าคุณซื้อแล้วคุณป่วยแล้วได้ใช้ประกันชีวิตจริง มันก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกสำหรับคุณไปโดยปริยาย แล้วเราจะได้ใช้จริงเมื่อไหร่ล่ะ มันไม่มีใครรู้ หลายคนก็ลังเลนะครับ ว่าฉันควรจะทำอย่างไรดี ฉันควรจะซื้อประกันชีวิตหลักหมื่นบาท หรือว่าฉันควรจะเก็บเงินนั้นเอาไปลงทุนทำอย่างอื่นดีกว่า แต่อย่างน้อยๆ ตอนนี้เราได้รู้แล้วว่าทําไมต้องทําประกันชีวิต

เรื่องแบบนี้มันนานาจิตตังครับ มันก็เหมือนการซื้อล็อตเตอรี่นั่นแหละ เพียงแต่เขาไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข บนล่าง แต่เขาวัดกันที่ความแข็งแรงของร่างกายของคุณ ว่าจะเจ็บป่วยหรือไม่ นั้นหากจะพูดว่าคุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องประกันชีวิตหรอกครับ ถ้าวันนี้คุณเจ็บป่วยแล้วเข้าไปนอนโรงพยาบาลได้เป็นเดือน โดยที่ขนหน้าแข้งไม่ร่วง แต่ถ้าเกิดสมมุติ นอนแล้วขนหน้าแข้งร่วง ผมว่าผลักภาระทางการเงินให้กับบริษัทประกันไปเลยก็ดีนะ ผมเองก็เพิ่งมาทำประกันชีวิตกับประกันสุขภาพตอนอายุ 30 ปีนี้แหละครับ แล้วก็รู้สึกขอบคุณร่างกายของตัวเองเหลือเกิน ที่อดีตที่ผ่านมานั้นไม่เจ็บป่วยเลย เพราะถ้าเกิดผมเจ็บปวดจริงๆ โอ้โห คิดไม่ออกเลยนะครับ ว่าผมจะต้องเสียเงินค่ารักษาตัวเองมากขนาดไหน

ผมลองเข้าไปดูค่าห้องพยาบาลนะครับ สำหรับคนที่เจ็บป่วยแล้วต้องค้างโรงพยาบาล ว่าใช้ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ราคาต่อคืนนี้โรงแรม 5 ดาวดีๆนี่เอง ถ้าคุณมีประกันชีวิตและคุณไปโรงพยาบาล คุณแค่บอกว่าให้ฉันมีประกันชีวิตนะ กระบวนการการรักษาก็จะเริ่มต้นขึ้นทันทีเลยครับ แต่คุณไม่มีหลักของหัวนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งเลยนะ อย่างน้อยคุณต้องกังวลใจแล้วว่าต้องเสียเงินเท่าไหร่นะเนี่ย มีประกันชีวิตและมียังไงก็ไปโรงพยาบาลได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินเลยครับ เพราะโรงพยาบาลจะไปประสานงานกับบริษัทประกันของคุณ และเขาก็จะเคลียร์ค่าใช้จ่ายกันเอง โดยที่คุณเชื่อได้เลยครับ ยกเว้นจ่ายเงินส่วนต่างค่าราคาการรักษามันแพงกว่าสิทธิคุ้มครองตามกรมธรรม์ที่คุณสมัครเอาไว้ ถึงแม้ผมจะทำคืนนี้และพูดขนาดนี้แต่ผมก็จะไม่รู้ว่าคุณสมควรจะทำประกันชีวิตหรือเปล่า คุณต้องหาบริษัทที่มันดี ต้องหาตัวแทนประกันชีวิตที่เขามีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และมีความเป็นมืออาชีพ

เพราะถ้าเกิดคุณฟังคลิปนี้แล้ว คุณซื้อประกันชีวิตโดยที่คุณไม่ได้ศึกษาอะไรเลย คุณอาจจะมาด่าผมก็ได้ สุดท้ายที่ผมอยากจะเล่าสาเหตุที่ผมตัดสินใจทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพในวัย 31 ปีให้คุณฟังครับ ใช่คนหนึ่งอายุเท่ากับผม ชีวิตของเขากำลังไปได้สวย งานรุ่ง ความรักก็กำลังไปได้ดี และอยู่ๆ เขากลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวครับ เขาเสียชีวิตในวัย 31 ปี ครอบครัวของเขาเศร้ามาก แต่โชคดีของเขาอย่างหนึ่งก็คือ เขาทำประกันชีวิตเอาไว้ในช่วงระยะเวลาที่เขาป่วย บริษัทประกันรับผิดชอบค่ารักษาทุกอย่างให้หมดเลยครับ และถ้าเกิดเขาไม่ทำประกันชีวิต ครอบครัวของเขาจะต้องเศร้า 2 เด้ง เพราะนอกจากจะสูญเสียคนที่รักไปแล้ว เขาจะต้องถูกปัญหาทางการเงินซ้ำเติมอย่างแน่นอน ถึงแม้เขาจะไม่รอด แต่เขาก็ไม่ยกภาระของตัวเองให้กับคนอื่นในครอบครัวรับผิดชอบ แล้วท่านผู้ฟังล่ะคุณอยากจะแนะนำคนอื่นอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องของประกันชีวิต ก็ลองเล่าประสบการณ์ผ่านคอมเม้นดูนะครับ เผื่อจะช่วยทำให้คนอื่นตัดสินใจได้ เราทุกคนเรียนรู้วิธีการหาเงินกันใช่ไหม แล้วจะมีสักกี่คนล่ะ ที่เรียนรู้วิธีการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินให้กับตัวเองครับ start Your Way

ขอบคุณคลิปวีดีโอดีๆ จาก Startyourway Official

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วคงทำให้เข้าใจกันบ้างแล้วนะครับ ว่าทําไมต้องทําประกันชีวิต เพราะว่าชีวิตเราไม่แน่นอนครับ มีขึ้นมีลง วันนี้แข็งแรงดี ใครจะไปรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น การทําประกันชีวิตก็เป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยเราก็ยังไม่ประกันชีวิตที่เราได้ทำไว้แล้ว