ทำความรู้จักแหล่งเงินทุนต่างๆ



โดยทั่วไป เงินทุนที่มาใช้ในธุรกิจ ก็มาได้ 2 รูปแบบ

โดยทั่วไปนะครับสำหรับธุรกิจทั่ว ๆ ไป ก็คือ เป็นเงินทุนที่เกิดจากการลงทุน อีกอันหนึ่งคือเงินกู้ แต่สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพแล้ว การไปขอเงินกู้จากสถาบันการเงิน อาจจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากนิดหนึ่ง

เพราะว่าธุรกิจสตาร์ทอัพส่วนใหญ่แล้ว เป็นธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มีที่เราเรียกว่า tag records ไม่มีผลประกอบการที่ผ่าน ๆ มา มาโชว์ให้กับสถาบันการเงินให้เห็น ไม่มีหลักค้ำประกันต่าง ๆ ฉะนั้น

โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจสตาร์ทอัพ ก็ใช้แหล่งเงินทุนที่เป็นการลงทุน มาใช้ในการดำเนินงานธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ แหล่งเงินทุนในสตาร์ทอัพ มันก็มีหลายรูปแบบด้วยกัน อย่างที่เราทราบกัน สตาร์ทอัพจะมีระดับในการทำงาน แต่ละระดับก็จะมีแหล่งเงินทุนต่าง ๆ กันไป ระดับแรกเลยที่เราเรียกว่าเป็น Idea Stage ก็คือ สตาร์ทอัพที่เริ่มมีแค่ไอเดีย การที่จะไปหาเงินทุน

ส่วนใหญ่แล้วก็ต้องเป็นเงินทุนที่ สนิทสนมกัน ใกล้ชิดกันเป็นหลัก หรือเริ่มต้นเลยอาจจะใช้เงินทุนตัวเอง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า bootstrapping หรืออีกอันหนึ่งที่นิยมมีให้ใช้กันอยู่ก็คือ การไปขอเงินช่วยเหลืออุดหนุน จากหน่วยงานรัฐบาล ก็คือ การเอาไอเดียของเรา ไป Pitching ไปแข่งขัน ถ้าไอเดียของเราดี ได้รับรางวัล ก็จะมีเงินสนับสนุนมาก้อนหนึ่ง ให้เรามาเริ่มต้นการทำงาน เข้าสู่ระดับต่อไป ถ้าไอเดียที่เราคิด มันส่อให้เห็นว่ามีโอกาสที่จะเติบโตได้ เราก็จะเข้าไปสู่ระดับที่เรียกว่า Early Stage Startup หลังจากที่เรามีไอเดียแล้ว เราอาจจะต้องเริ่มสร้างเป็น ที่เราเรียกว่าเป็น MVP Product คือโปรดักต์ที่สามารถลองไปใช้งานได้ แต่ยังมีฟีเจอร์ขั้นต่ำ เป็นโปรดักต์ที่สามารถ ไปแสดงใช้งานให้คนพอเห็นว่า จะใช้งานเพื่อประโยชน์อะไร แก้ปัญหาอะไรได้

โดยทั่วไปแล้ว โดยเฉพาะประเทศไทยเรา ต้องบอกว่าเราโชคดีว่า ในสตาร์ทอัพที่เป็น Early Stage ก็จะมีแหล่งเงินทุนค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าร่วมโครงการ Accelerator ต่าง ๆ ก็คือเราเอาตัวบริษัทของเรา โปรดักต์ของเราไปนำเสนอ เวลาทางโครงการ Accelerator เปิดโปรแกรม เราก็ต้องมีการแข่งขันกันกับทีมอื่น ๆ ถ้าเราเก่ง เรามีความสามารถ เราเข้ารอบได้ เราก็สามารถเข้าไปร่วมโปรแกรม แล้วในระหว่างโปรแกรม ก็จะมีเงินทุนสนับสนุนต่าง ๆ ให้ด้วย ในระดับนี้ จริง ๆ แล้ว ถ้าเราทำได้ดีมาก ๆ ก็จะมีกลุ่มนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่า Angel Investor เขาเข้ามาเห็นไอเดียเรา เห็นตัว MVP โปรดักต์ของเราแล้วชอบใจ กลุ่ม Angel Investor ก็จะให้เงินทุนมาลงทุนกับเราได้ด้วย ถ้าโปรดักต์เราสามารถ โชว์ให้เห็นศักยภาพในการเติบโตได้ เราก็จะเข้าสู่ระดับใหม่ที่เรียกว่า Expansion Stage หรือ Growth Stage ก็ได้ เป็นระดับที่เราต้องขยายการทำงาน ขยายบริษัทให้มีความสามารถในการทำงานสูงขึ้น เงินลงทุนในระดับนี้ต้องการเงินทุนที่สูงขึ้น นักลงทุนในระดับนี้ที่เข้ามาช่วยเหลือ คือนักลงทุนพวก Venture Capital นักลงทุน Venture Capital ก็จะมีหลายระดับด้วยกัน Venture Capital รุ่นแรกเลยที่จะเข้ามา ช่วยเหลือก่อนเรียกว่า Seed Stage Investor

หลังจากนั้นก็จะมี Investor ในระดับ Series A, Series B เข้ามาช่วยในการลงทุน หลังจากที่สตาร์ทอัพ ผ่าน Expansion Stage ได้ดี ก็สามารถเข้าสู่ระดับสุดท้าย ที่เราเรียกกันว่า Exit Stage ก็คือเอาบริษัทเข้าไป จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำ IPO ก็เป็นระดับที่ทางสตาร์ทอัพจะแปลงร่าง ไม่ได้เป็นสตาร์ทอัพแล้ว กลายเป็นบริษัทมหาชน เป็นบริษัทคอร์ปอเรชันใหญ่ ๆ นะครับ