ตามหายีนเสี่ยง แพ้ยากันชัก (มีคลิป)



 

(หมอ) ในประเทศไทยนะคะ มีผู้ป่วยแพ้ยา ประมาณ 10,000 รายต่อปี และในจำนวนนี้ 500-700 ราย เป็นผื่นแพ้ยาแบบรุนแรง ซึ่งการเป็นผื่นแพ้ยาแบบรุนแรง มีผลต่อคุณภาพชึวิต ของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล เพราะว่าพอเป็นผื่นแพ้ยาแบบรุนแรง ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล บางคนต้องนอนเป็นเดือน แต่ถ้าในกลุ่มที่แพ้แบบรุนแรงนี่ อาจจะมีโอกาสเสียชีวิตได้ค่ะ

(หมอ) ผื่นแพ้ยามี 2 ชนิดนะคะ เป็นผื่นแพ้ยาแบบไม่รุนแรง ซึ่งลักษณะผื่นจะเป็นผื่นแดง ๆ คัน ๆ อย่างที่เราเคยเห็นกันนะคะ แล้วก็มีผื่นแพ้ยาแบบรุนแรง ซึ่งนอกจากผื่นแดง ๆ คัน ๆ ก็อาจจะเป็นตุ่มน้ำใส หรือว่าจนตัวลอกได้นะคะ บางคนจะมีผื่นในเยื้อบุตา หรือผื่นในปากนะคะ แล้วก็อาจจะมีอาการมีไข้สูงได้ ซึ่งผื่นแพ้ยาแบบรุนแรง จะมีความรุนแรงสูง จนทำให้ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนะคะ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นแพ้ยา ทั้ง 2 ชนิดนี้นะคะ ส่วนใหญ่เป็นจากยาหลายชนิด แต่ตัวยาที่พบบ่อยชนิดหนึ่ง ก็คือ ยากันชักค่ะ

ยากันชัก ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย มีอยู่หลายชนิด เช่น Carbamazepine, Phenytoin และ Phenobarbital จากรายงานพบว่ามีผู้ป่วย ที่มีผื่นแพ้ยาอย่างรุนแรง จากการทานยา Phenobarbital สูงเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มยากันชักด้วยกัน

(หมอ) เนื่องจาก Carbamazepine และ Phenytoin มีการศึกษาเยอะแล้วนะคะ แต่ว่ายา Phenobarbital ซึ่งเป็นยาที่เราใช้เยอะ แล้วก็มีโอกาสแพ้เป็นอันดับ 3 รองจาก 2 ตัวแรก ยังไม่มีการศึกษา ก็เลยทำให้เราสนใจศึกษาว่า... HLA ตัวไหน เป็นปัจจัยเสี่ยง ทำให้เกิดการแพ้ยา Phenobarbital

(หมอ) HLA อยู่บนผิวเซลล์ของร่างกายเรา รวมถึงเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์ผิวหนังนะคะ แล้วเมื่อเรารับยาเข้าไป HLA กับยาก็จะเกาะกันนะคะ แล้วก็หลังจากนั้นก็จะมีการตอบสนอง ทางระบบ Immune นะคะ ทางภูมิคุ้มกัน ก็เลยเป็นปฏิกิริรยาของการแพ้ยา อย่างที่เราเห็นว่ามีผื่นแพ้ยาเกิดขึ้น

ทีมงานวิจัยจาก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับศูนย์พันธุศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันศึกษาวิจัย โดยตรวจยีนส์ HLA Class I ในผู้ป่วยเด็กที่ได้รับยา Phenobarbital เพื่อค้นหาคำตอบว่า... อะไรคือปัจจัยเสี่ยงของการแพ้ยา

(หมอ) เราจะรวบรวมข้อมูลคนไข้ ที่แพ้ยาและไม่แพ้ยา ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 18 ปีนะคะ แล้วก็ส่งตัวอย่างเลือดของคนไข้นี้ ไปที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจวิเคราะห์ค่ะ

(หมอ) เลือดที่ได้นี่นะคะ เราก็จะสกัด DNA ก่อนนะคะ วิธีการสกัด DNA นี่ก็จะใช้ เป็นแบบ Spin column นะคะ DNA ที่ได้ จะเป็น DNA บริสุทธ์ หลังจากนั้น เราก็จะไปตรวจหาโปรตีน ที่เป็นภูมิต้านทานของคนนะคะ ที่มีศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า HLA นะคะ ขั้นตอนแรกก็จะเป็นการเพิ่มปริมาณ ยีนเป้าหมายก่อน ด้วยวิธี PCR หลังจากนั้นก็จะไปทำ Hybridizaton กับเม็ดบีทส์ ที่มี Probe จับอยู่นะคะ ขั้นตอนสุดท้าย ก็จะมีเป็น ขั้นตอนการอ่านผลค่ะ แล้วก็จะอ่านผลด้วยเครื่องอ่านเม็ดบีทส์ ที่เราเรียกว่าเครื่อง Luminex ผลที่ได้ เราก็จะต้องนำไปแปลผล ด้วยซอร์ฟแวร์อีกทีหนึ่งนะคะ ว่า... โปรตีนที่เป็นภูมิต้านทานนั้นค่ะ เป็นชนิดใด ถึงจะได้ผลออกมาค่ะ ในขั้นตอนการทำ Lab จะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์นะคะ ถึงทำตัวอย่างได้ครบ ทบทวนผลทุกอย่าง ว่าไม่มีการผิดพลาด ที่เหลือก็จะเป็นการทดสอบทางด้านสถิติค่ะ

(หมอ) หลังจากเราได้ผลการตรวจ HLA จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วนะคะ แล้วก็จะมาทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเปรียบเทียบทั้งกลุ่มแพ้ยาแบบรุนแรง แพ้ยาแบบไม่รุนแรง และไม่แพ้ยานะคะ เราพบว่า HLA-B*13:01 นะคะ เป็นปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้เกิดภาวะแพ้ยาแบบรุนแรง โดยเป็นปัจจัยเสี่ยง 5-10 เท่า HLA-A*01:01 เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแพ้ยา ทั้งแรงและไม่่รุนแรง ได้ 5-10 เท่าเช่นเดียวกัน

(หมอ) จากความร่วมมือนี้นะคะ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็ได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับว่า... HLA-B*13:01 เป็นปัจจัยเสี่ยง ต่อการแพ้ยา Phenobarbital นะคะ ก็ได้มาพัฒนาวิธีการตรวจ HLA-B*13:01 ให้เป็นวิธีที่ง่าย สามารถทำได้ ใน Lab molecular พื้นฐาน ที่มีเพียงเครื่อง PCR เครื่อง Run gel แล้วก็เครื่องถ่ายภาพเจลนะคะ แล้วก็ทำให้สามารถลดต้นทุน การตรวจได้ลงไปถึง 10 เท่า คนไข้ที่จะได้รับยานี้นะคะ คุณหมอก็สามารถเจาะตัวอย่างเลือด แล้วก็ส่งตรวจกับกรมวิทยาศาสร์การแพทย์ ต่าง ๆ ทั้วประเทศได้ อันนี้ก็จะเป็นการกระจาย การเข้าถึงบริการการตรวจ ทางด้านนี้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงค่ะ

(หมอ) งานวิจัยนี้ก็มีผลประโยชน์ ในวงกว้างนะคะ เพราะว่าถ้าเราสามารถตรวจคัดกรอง ได้ก่อนที่เราจะสั่งยา Phenobarbital ถ้าพบว่าคนไข้มี HLA-B*13:01 เราก็หลีกเลี่ยงการใช้ยา Phenobarbital แล้วก็ไปใช้ยากลุ่มอื่นนะคะ ก็จะทำให้คนไข้ลดโอกาสเสี่ยง ในการเกิดผื่นแพ้ยานะคะ และเมื่อลดโอกาสการเกิดแพ้ยาแล้วนะคะ ก็จะทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ