ค่าฝุ่นเกิน อากาศนิ่ง ใครเสี่ยง? (มีคลิป)



2-3 วันที่ผ่านมา ที่เราพบว่ามันมีสภาพอากาศ ที่เรียกว่าขมุกขมัว แสดงว่ามีสภาวะของอากาศนิ่งเกิดขึ้น ปกคลุมในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร

สภาวะของอากาศนิ่ง เกิดขึ้นเนื่องจากว่า... ไม่มีการเคลื่อนไหวของอากาศ เพราะปกติแล้วตามสภาพธรรมชาติ อากาศจะมีการเคลื่อนไหว ทั้งในแนวนอนและในแนวดิ่ง กรณีของการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวดิ่ง มันเกิดขึ้นจากความแตกต่าง ของอุณหภูมิของอากาศ ที่อยู่ในแนวดิ่ง ก็คือโดยธรรมชาติ อากาศที่อยู่ด้านใกล้กับพื้นผิวโลก จะมีอุณหภูมิสูงกว่าอากาศที่อยู่เหนือขึ้นไป ทำให้มีการเคลื่อนไหวของอากาศ ที่อยู่ใกล้กับพื้นผิวโลก ยกตัวขึ้นไป มันก็เลยทำให้เกิดมีอากาศเคลื่อนไหว ของอากาศในแนวดิ่ง แต่ในกรณีของการเคลื่อนไหว ของอากาศในแนวนอน มันจะเกิดขึ้นจากความแตกต่าง ของความกดอากาศนะคะ พออากาศยกตัวขึ้นไปแล้ว มันจะทำให้ความกดอากาศบริเวณนั้น ต่ำลงกว่าปกติ พอความกดอากาศบริเวณที่อยู่ด้านข้าง รอบ ๆ ที่มีความกดอากาศสูงกว่า ก็จะไหลเข้ามาแทนที่ มันก็เลยทำให้เกิดความเคลื่อนไหว ของอากาศในแนวนอน ที่เราเรียกว่าลม ถ้าเกิดว่าพวกเราจุดธูป เวลาบูชาพระ เราลองสังเกต ในสภาวะความเคลื่อนไหวของธูป จะมีความแตกต่างกันไป บางทีธูปพุ่งขึ้นไปเลย นั่นแสดงว่ามีการเคลื่อนไหว ของอากาศในแนวดิ่งอย่างดีมาก แต่ถ้าเกิดว่าเมื่อไรก็ตาม เวลาเราจุดธูปแล้วควันธูปไม่ค่อยลอย แถมยังเลี่ย ๆ อยู่ลอยขึ้นไปช้ามาก นั่นแสดงว่ามีการแลกเปลี่ยนของอากาศ จากข้างล่างขึ้นไปสู่ข้างบนได้ช้าค่ะ

ปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรงมาก ๆ ที่เกิดปัญหามาก ๆ มันจะเจอทั้ง 2 สภาวะ สภาวะอากาศนิ่ง คือไม่มีการเคลื่อนไหวในแนวดิ่ง แล้วก็สภาวะลมสงบ คือไม่มีการเคลื่อนไหวในแนวนอน นั่นคือทำให้มลพิษเกิดการสะสมอยู่ในพื้นที่

การสะสมของมลพิษทางอากาศ ในพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่ง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลนะคะ สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่นั่น กรณีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา เมื่อ 1-2 วันที่เป็นข่าวนะคะ การผลการตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ของก็มีปริมาณของ PM 2.5 ที่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน อย่าง PM 2.5 จะกำหนดเอาไว้ว่า... ไม่ควรจะเกินในเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ควรจะเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร PM 2.5 มันคืออนุภาคฝุ่น ที่มีขนาดเล็กตั้งแต่ 2.5 ไมครอนลงไป ซึ่งตรงนี้เป็นอนุภาค ที่มาจากหลาย ๆ แหล่ง ส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้ พวกสารที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ และเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์ ที่เราเรียกว่าพวกเขม่า พวกควัน อะไรพวกนี้นะคะ ซึ่งตรงนี้แหละสำคัญ ก็มาจากอย่างเช่น การจราจร ที่มีการใช้น้ำมันและมีการเผาไหม้ ก็ระบายออกมาจากท่อไอเสีย หรือว่าโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีการเผาไหม้ พวกเชื้อเพลิงพวกนี้ หรือว่าการเผาไหม้พวกขยะ อะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ พอมีการเผาไหม้เกิดขึ้น มันก็จะมีพวกอนุภาคพวกนี้เกิดขึ้นด้วยค่ะ

แน่นอนว่ามันก็มีความเสี่ยง ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีของคนที่เป็นโรคทางเดินหายใจอยู่ ในกลุ่มของพวกที่เป็นโรคหอบหืด หรือว่าเป็นโรคอะไร ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ อาการจะรุนแรงมากขึ้น สำหรับกรณีคนที่มีสภาวะร่างกายที่อ่อนแอ อย่างเช่นเด็กเล็ก ร่างกายเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ ก็ทำให้เขามีภาวะของการอักเสบ ของทางเดินหายใจส่วนล่างได้ค่ะ

ตามกระแสข่าวที่บอกว่า คนกรุงควรงดออกจากบ้าน จริง ๆ มันควรจะแยกเป็น 2 กลุ่มนะคะ คือคนที่มีความเสี่ยง กับคนที่ไม่มีความเสี่ยง คือหรือว่ามีความเสี่ยงน้อย กรณีคนที่มีความเสี่ยงมาก อย่างเช่นคนที่เป็นโรคทางเดินหายใจอยู่ หรือว่าเป็นพวกคนที่อายุมาก เริ่มมีร่างกายที่อ่อนแอ หรือว่าเด็กเล็กที่ยังมีการพัฒนา ของร่างกายยังไม่เต็มที่ กลุ่มนี้ควรจะต้องอยู่ในที่ ๆ ปลอดภัย ไม่พาตัวเองมาอยู่ในที่ ๆ มีความเสี่ยง หรือว่าเพิ่มเติมความเสี่ยงให้กับตัวเอง แต่ในกรณีของคนหนุ่มสาว ซึ่งมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ในความเห็นเขาสามารถจะออกมา ทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายนอกได้ เพียงแต่ว่าเขากจะต้องระมัดระวังตัวเอง ว่าถ้าเกิดออกมาแล้วเนี่ย ก็ระยะเวลาในการที่ออกมาอยู่กลางแจ้ง หรือว่าอยู่ในสถานที่ Open air ก็ควรจะอยู่ในระยะเวลาจำกัด อันหนึ่งพอทำกิจกรรมเสร็จ ก็จะต้องกลับเข้าไปอยู่ ในที่ ๆ มีอากาศที่ปลอดภัยแล้วก็สะอาด อย่างเช่นในบ้าน

เราไม่รู้ว่าสภาพที่เกิดขึ้นที่เห็น เป้นฝุ่น เป็นหมอก เป็นควันหรืออะไร สิ่งที่เราจะทำได้ ที่เป็นการเตือนตัวเองในเบื้องต้น ตอนนี้กรมควบคุมมลพิษนะคะ เขามีแอปพลิเคชันที่เรียกว่า Air4Thai เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถจะดาวน์โหลด แล้วก็เช็กได้ว่าสภาวะอากาศ แบบ Real time ณ เวลานั้น ในพื้นที่ที่เราอยู่ มีคุณภาพอากาศเป็นอย่างไร นอกจากนั้นวิธีการที่เราจะสังเกตตัวเอง เวลาที่เราออกไป จำเป็นจะต้องออกไปทำกิจกรรม หรือว่าภารกิจนอกบ้าน เวลที่เราออกไปแล้ว เวลาหายใจเข้าไป เริ่มรู้สึกระคายเคือง หรือว่าทำให้เกิดการจาม มีอะไรพวกนี้ แสดงว่าตอนนี้อากาศที่เราหายใจเข้าไป นั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรงนั้นสิ่งที่เราควรจะต้องทำ ก็คือต้องหลีกเลี่ยง หรือว่าไปให้ห่างไกลจากบริเวณนั้น แล้วก็ถ้าเกิดว่าอาการเป็นมาก ก็ควรจะต้องไปพบแพทย์