(คลิป) 7 เทคนิคชะลอความแก่ด้วยวิธีการธรรมชาติ หน้ากระชับ สัดส่วนเป๊ะ



จะเห็นได้ว่าความแก่เป็นเรื่องที่ทุกคนกลัว มันน่ากลัวอย่างไร มันน่ากลัวเพราะ มันมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา แต่เราก็มีวิธีง่าย ๆ ที่จะดูแลตรงนี้ เพื่อจะเป็นวิธีป้องกัน ให้เรามีความแก่สมอายุ อันดับแรก ต้องวอร์มใบหน้าก่อน วิธีง่าย ๆ ก็คือ เราจะถูมือของเราให้อุ่น จากนั้น แตะบริเวณใบหน้า เหมือนกับปรับสภาพของหน้า ให้มีอุณหภูมิที่เป็นอุณหภูมิปกติ จากนั้น กดจุดในแต่ละส่วนของใบหน้า มากไปกว่านี้ บางคนจะมีการตบใบหน้าเบา ๆ เพื่อให้รู้ว่าใบหน้าเรา ควรจะเริ่มออกกำลังกายแล้ว ปัญหาอย่างแรกเลยคือ มีรอยย่นบนหน้าผาก มันเกิดมาจากอะไร บางทีเราเลิกหน้าบ่อย ๆ เวลาเราออกกำลังกาย เราจะใช้มือ มีการจับบริเวณกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องจับให้ถูกต้องด้วยว่า ลายกล้ามเนื้อเขาเป็นอย่างไร เมื่อจับ แล้วจากนั้นเราก็ออกกำลังกายด้วย การต้านขึ้นไป ค้างไว้ นับ 1, 2, 3, 4, 5 แล้วก็ปล่อย มันจะทำให้กล้ามเนื้อของหน้า มีภาวะการกระชับ และผิวก็ไม่ย่น สำหรับตีนกาที่พบกันบ่อย ๆ มันเกิดมาจาก เมืองเราเป็นเมืองที่มีแสงแดด บางทีการทีเราหยี่ตาบ่อย ๆ มันก็มีผล หรือแม้แต่เวลาเรานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ การที่เราไม่ได้มีการขยับขับเคลื่อน หรือการออกกำลังกาย บริเวณกล้ามเนื้อตาเราเลย แล้วร่วมกับอายุด้วย วิธีการก็เป็นการที่เราจับบริเวณของตา แล้วเราก็ปิดตาขึ้นมา จะเห็นได้ว่า ตาเราจะไม่มีภาวะของการย่นใด ๆ เลย แต่กล้ามเนื้อตาจะมีภาวะการตึง และการได้การทำงาน เราค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที ในส่วนต่อไปก็คือ ใบหน้าหย่อนคล้อยนะคะ โดยเฉพาะส่วนของร่องแก้ม ที่เราจะเจอกันบ่อย ๆ จะเห็นได้ว่าในส่วนนี้บางทีมันทำให้ เรารู้สึกว่า...เราจะดูแลเขาอย่างไร เพราะว่ามันตามแรงดึงดูดของโลก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะมีลักษณะของ การที่เราทำแก้มแบบนี้ค่ะ ไปซ้าย-ขวา วิธีการดูดน้ำก็เป็นตัวหนึ่งที่จะช่วยทำให้ กล้ามเนื้อของบริเวณแก้มกระชับ แต่การดูดน้ำมันไม่เหมาะ สำหรับการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้น การที่เราทำปากแบบนี้ค่ะ ในงานวิชาการเขาเรียกว่า Kissing เป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นการออกกำลังกายของแก้ม ในส่วนของคอ สมมุติเราออกกำลังกายข้างซ้าย เราหมุนไปด้านขวา แล้วเชิดขึ้น ปิดปาก ลิ้นให้แตะบริเวณเพดานข้างบน เราจะรู้สึกตึงด้านข้างซ้าย แล้วค้างไว้ แล้วก็กลับมา ทำสองข้าง จุดที่มีปัญหาของภาวะ รอยย่นบริเวณคอก็จะน้อยลงค่ะ หลังจากที่เราออกกำลังกายเสร็จแล้ว อย่าลืมคูลดาวน์ค่ะ เราก็จะมีการนวด มีการตบกล้ามเนื้อเบา ๆ รวมทั้ง ลักษณะท้ายสุดคือ มีการถูมือ และให้ความอุ่น บริเวณใบหน้าเช่นเดียวกัน ปัญหาของร่างกายเยอะที่สุดคือ "หน้าท้อง" ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย วิธีการคือ เราจะนอนราบกับพื้น ชันเข่าขึ้น แตะตัวของส้นเท้า แล้วก็มีการเคลื่อนตัวขึ้น โดยกระดูกสะบักลอยพ้นพื้นเท่านั้น การที่เราแตะบริเวณของส้นเท้า เอียงซ้าย เอียงขวา ภาวะของเอว จะทำให้เกิดเอวคอดได้ด้วย สะโพกเป็นสิ่งที่ลดยากมาก เราไม่ค่อยมีการเคลื่อนตัวเองไปไหนเลย นั่งอยู่ที่เดิมนาน ๆ เราก็จะมีท่าที่จะทำให้ลดสะโพก มีทั้งท่ายืนและท่านอนค่ะ การยืน ระดับของขา กางให้อยู่ระดับของแนวไหล่ แล้วก็มีการย่อตัวลง หลังตรง หรือไม่ก็จะเป็นเรื่องของท่านอนตะแคง มีการยกขาขึ้น ซึ่งท่านี้จะเป็นท่าที่ส่งตรง ไปยังที่ตัวของสะโพกเลยทีเดียว เวลาเรายกแขน เกิดการหย่อนคล้อยก็จะเห็นชัด อาจจะเกิดจากภาวะของ การที่กล้ามเนื้อไม่กระชับ การที่เราไม่ได้ออกกำลังกาย หรือบางที เราออกกำลังกาย แต่ไม่ได้ลงไปเฉพาะส่วน สำหรับการออกกำลังกายท้องแขน ทำได้ไม่ยากเลย คือเราอาจจะต้องใช้เครื่องมือที่จะต้อง ทำให้มีภาวะของการมีน้ำหนัก เพื่อให้มีแรงต้าน นี่ก็คือจุดหนึ่งที่เราต้องการที่จะทำให้ กล้ามเนื้อท้องแขนเรากระชับได้ ให้ทำได้บ่อยครั้งเลย เท่าที่คุณต้องการ แล้วถ้าทำได้ดีที่สุด เขาบอกว่าทำช่วงเช้าจะดีค่ะ เพราะช่วงเช้าเป็นช่วงที่เรา เริ่มมีกิจกรรมต่าง ๆ ก็จะทำให้มีการทำงานของกล้ามเนื้อ พร้อมที่จะทำกิจวัตรประจำวันในแต่ละวัน ที่เราอยากจะให้หน้าเรากระชับ และสัดส่วนเป๊ะ เราจะต้องมีองค์ประกอบ ควบคู่กันไปด้วยหลายส่วน ไม่เพียงแค่การดูแลตรงนี้อย่างเดียว อันดับแรกที่อยากพูดถึงคือ เรื่องอาหาร เช่น ไลโคปีน พวกมะเขือเทศ หรือพวกแตงโม พวกนี้ก็จะช่วยได้ อีกส่วนหนึ่งก็คือ กลุ่มอาหารพวกซีลีเนียม เช่น พวกปลาทูน่า หรือพวกเห็ดหอม อีกอันหนึ่งก็คือ ส่วนของวิตามินซี ก็มีส้ม มีพวกกีวี ซึ่งเป็นส่วนที่กระตุ้นและเสริมสร้าง พวกคอลลาเจน อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจเลยคือ น้ำ เขาบอกว่าวันหนึ่งให้ได้สัก 2 ลิตร ดื่มทีเดียวเยอะ ๆ อย่างนั้นหรือเปล่า ไม่ใช่นะคะ น้ำนี่ ให้ค่อย ๆ ทาน จะมีผลต่อภาวะของกล้ามเนื้อ มีผลต่อภาวะของผิวได้ดี ที่เราได้คุยกันไป ก็เป็นเหมือนการสร้างต้นทุนค่ะ ต้นทุนนี้ก็จะทำให้เกิด ภาวะของการชะลอความแก่ ถ้าเราทำอย่างนี้บ่อย ๆ สม่ำเสมอ ไม่แน่สักวันหนึ่งอาจจะมีคนมาทักว่า ทำไมเราหน้าเด็กจัง หุ่นเป๊ะเลย

แหล่งที่มา https://channel.mahidol.ac.th/?page=view&id=1251