การเขียนพินัยกรรม พินัยกรรมคืออะไร (มีคลิปอธิบาย)



คนทั่วไปมักคิดว่าการทำพินัยกรรมต้องทำตอนที่มีอายุมาก ๆ หรือเป็นเรื่องของคนรวยเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วการทำพินัยกรรมสามารถทำได้ทุกคนทุกที่ทุกเวลา

ข้อความด้านล่างนี้เป็นคำบรรยายของวีดีโอนี้ สามารถอ่านประกอบกันได้ หรือไม่อ่านก็ไม่เป็นไร เพราะเนื้อหาเดียวกันกับในวีดีโอ

การเขียนพินัยกรรม หรือการวางแผนมรดก ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะคะ เพราะเราไม่ได้ทราบว่า เราจะมีอายุถึงเมื่อไร ดังนั้น ทุกเพศทุกวัยสามารถเขียน การวางแผนมรดก หรือเขียนพินัยกรรมได้ทุกเมื่อค่ะ

พินัยกรรมคืออะไร พินัยกรรมก็คือ เอกสาร ที่เจ้าของทรัพย์สินต่างๆ ได้ต้องการเขียนแสดงเจตนารมณ์เอาไว้ เพื่อถ่ายทอดให้แก่ทายาท ทรัพย์สินต่างๆ ที่เราเขียนไว้ในพินัยกรรม เราเรียกว่า มรดก มรดก หมายถึงอะไรบ้าง มรดกก็หมายถึงได้ตั้งแต่ บ้าน รถยนต์ คอนโด ที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์ เงินสดในบัญชี หุ้น ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล ตลอดจนเครื่องประดับ พระเครื่อง แล้วก็อื่นๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถรวม ทรัพย์สินทางปัญญาได้ด้วยค่ะ

การเขียนพินัยกรรม เราควรจะเขียนเมื่อเรามีความพร้อม ในการที่อยากจะถ่ายทอด หรือถ่ายโอนทรัพย์สินต่างๆ ให้แก่ทายาท เราจะได้รู้ว่า เราต้องการเอาอะไรให้ใครบ้าง นอกเหนือจากนั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องเขียนในขณะที่เรายังมี สติสัมปชัญญะครบถ้วนบริบูรณ์ เรายังสามารถแสดง เจตนารมณ์อันชัดเจนได้ว่า เราต้องการจะแบ่ง หรือมอบโอนทรัพย์สิน ชิ้นไหนให้กับทายาทคนไหนด้วยนะคะ

ผู้มีสิทธิรับมรดกในพินัยกรรม สามารถแบ่งได้เป็น 2 บุคคล บุคคลแรก เรียกว่า ทายาทโดยธรรม นั่นก็คือ ผู้สืบสันดานหรือลูกนั่นเอง ถัดมาก็จะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ถัดมาก็จะเป็นพี่น้อง ถัดมาก็จะเป็นลุง ป้า น้า อา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ ทายาทโดยพินัยกรรม นั่นหมายถึงว่า ในพินัยกรรมเราต้องระบุเอาไว้ว่า ใครจะเป็นผู้ได้รับ เช่น มอบให้มูลนิธิต่างๆ เป็นต้น

การเขียนพินัยกรรม เราแบ่งได้หลายประเภท แต่จะขอแนะนำเพียง 2 ประเภทสำหรับวันนี้ ประเภทแรกก็คือ เขียนด้วยลายมือของตนเองทั้งฉบับ เจ้าของมรดกนี้ จะต้องเป็นผู้เขียนด้วยลายมือทั้งฉบับ ข้อดีก็คือ มีความสะดวก ง่าย สามารถทำเองเมื่อไรก็ได้ เหมาะแก่ผู้ที่มีทรัพย์สินไม่มาก ส่วนข้อเสียก็คือ บางครั้งเขียนเอง ทำเอง อาจจะลืมว่าเอาไปไว้ที่ไหน สุดท้ายก็จะทำให้พินัยกรรมนั้นไม่เกิดผล ตัวที่สองเรียกว่า พินัยกรรมแบบธรรมดา อันนี้จำเป็นจะต้องพิมพ์ทั้งฉบับ เมื่อพิมพ์แล้วก็จะต้องมีการลงลายมือชือ มีการลงวันที่ที่เขียน ให้เสร็จเรียบร้อยต่อหน้าพยานทั้ง 2 คน แล้วพยานทั้ง 2 คน ก็จะต้องลงลายมือรับรองในขณะนั้นด้วย

เวลาเราจะทำพินัยกรรม เราควรจะต้องเตรียมสิ่งต่างๆ ดังนี้ หนึ่ง เราต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ที่จะเรียกว่าเป็นมรดก นั่นก็คือ ทรัพย์สิน สิทธิต่างๆ ที่ต้องการจะมอบโอนแก่ทายาท นั่นก็หมายถึงว่า ต้องเตรียมตัว หรือเตรียมดูผู้ที่จะเป็นทายาท ที่จะรับมอบมรดกต่อไป สอง ก็คือต้องเตรียมพยาน พยานที่จะเซ็นในพินัยกรรม จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ต้องมีอย่างน้อย 2 คน แล้วที่สำคัญก็คือ ผู้ที่เป็นพยาน ก็จะไม่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ทรัพย์สินในมรดกทั้งนั้นค่ะ

พินัยกรรมต้องเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น การเขียนพินัยกรรมเป็นการวางแผนมรดก ด้วยหลักฐานทางเอกสาร ดังนั้น เราจะบอกได้ว่า การบอกใครต่อใครด้วยปากเปล่าว่า ต้องการมอบทรัพย์สินอันนั้นอันนี้ ให้เป็นการเพียงบอกเล่าเฉยๆ ไม่ได้นับเป็นพินัยกรรมค่ะ

การเขียนพินัยกรรม ก็เป็นการวางแผน ในการมอบโอนทรัพย์สิน หรือมรดก ให้แก่ทายาทอันเป็นที่รักของเรา การวางแผนมรดก มีความจำเป็นสำหรับทุกคน ไม่จำเป็นต้องไปรอจนกระทั่งถึงวัยเกษียณอายุ หรือไม่จำเป็นจะต้องรอไปจนถึง วัยที่ใกล้สิ้นอายุขัย ค่อยมาเขียนพินัยกรรม หรือวางแผนมรดก ดังนั้น สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ เราควรเขียนพินัยกรรมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อความไม่ประมาทค่ะ