การปลูกกล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส



 

สวัสดีคะ เนื้อหาคราวนี้เป็นเรื่องของการปลูกกล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิสนะคะ ซึ่งเนื้อหานี้ก็เป็นคำบรรยายของคลิปวีดีโอนี้เองค่ะ ดูแล้วก็ช่วยกันกดติดตามวีดีโอ ด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดความรู้ดีๆ ในคราวหน้าค่ะ

ขณะนี้เรามาถึงบริษัทธรรมชาติกล้วยไม้ไทยนะคะ ที่ตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยแม่โจ้นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะพาผู้เรียนนะคะไปพบกับผู้รู้เกี่ยวกับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส ของบริษัทธรรมชาติกล้วยไม้ไทยกันค่ะ

สวัสดีค่ะ วันนี้เราอยู่ที่โครงการผลิตกล้วยไม้เชิงอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้นะคะ วันนี้เราได้รับเกียรติจากวิทยากรสองท่านด้วยกันนะคะ ท่านแรกคือ รศ.ดร.จงกลบดินทร์ แสงอาสาภวิริยะ นะคะ และท่านที่สองก็คือท่านผู้จัดการ คุณไพฑูรย์ วัฒนาวสุพันธุ์ ผู้จัดการบริษัทธรรมชาติกล้วยไม้ไทย ที่จะมาพูดคุยเกี่ยวกับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสเชิงการค้าในวันนี้ เดี๋ยวจะขออนุญาตสอบถามนะคะ เพราะว่าเป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้เข้ามาเกี่ยวข้องในลักษณะการผลิตกล้วยไม้ได้อย่างไรคะอาจารย์

ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณทางวิทยากรที่ให้เกียรติทางมหาวิทยาลัยได้เผยแพร่องค์ความรู้สู่ประชาชนนะครับ โครงการนี้มีดำริของทางนักวิจัยร่วมกับทางสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้องค์ความรู้ด้านการผลิตกล้วยไม้สู่ประชาชนได้อย่างไร คือท่านอธิการจำเนียร ยศราช รวมทั้งท่านนายกสภามหาวิทยาลัย ดร.อำนวย ยศสุข ได้ให้นโยบายมา ทางศูนย์กล้วยไม้ในยุคนั้นก็ได้ทำโครงการเสนอทางรัฐบาล และก็ได้รับความอนุเคราะห์จากสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ที่ให้โรงเรือนเบื้องต้นมา คราวนี้เราก็ทำต่อเนื่องมาหลายปี ตั้งแต่ปี 2553-2554 หลังจากนั้น ทำ MOU ร่วมกับบริษัทธรรมชาติกล้วยไม้ไทย เพราะว่าท่านมีความชำนาญในเรื่องของการจัดดอกกล้วยไม้ในงานต่างๆ ก็ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 เดี๋ยวคุณไพฑูรย์คงจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมให้อีกทีนะครับ

ขอบพระคุณอาจารย์นะคะ ต้องเรียนถามคุณไพฑูรย์นะคะที่ไปที่มาว่าบริษัทธรรมชาติกล้วยไม้ไทย ได้มาดำเนินการอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้แห่งแห่งนี้ มีที่ไปที่มาอย่างไร

แรกเริ่มเดิมทีทางคุณสุเทพ เจ้าของ เค้าทำเกี่ยวกับงานคือจัดงานอีเว้นท์ และเค้าชอบกล้วยไม้ คือองค์ความรู้ก็ไม่มี เค้าจึงพยายามศึกษาหาความรู้ต่างๆ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยฟาแลนนอปซิส ตอนแรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่าปัจจัยอะไรต่างๆคือ ถ้าฟาแลนนอปซิสถ้าเราไม่เข้าใจลักษณะนิสัยของเขา การเลี้ยงก็จะไม่สัมฤทธิ์ผล คือเบื้องต้นเราก็ต้องมีพื้นที่ น้ำ ปัจจัยที่สำคัญคือน้ำที่ว่าจะเลี้ยงฟาแลนนอปซิสให้ได้ดีที่สุด คือค่า pH คือต้องไม่สูง ควรจะเป็นกลางๆ

แล้วหลักการในการดูแลกล้วยไม้ของทางคุณไพฑูรย์มีการให้ปุ๋ยบ่อยแค่ไหน แล้วชนิดของปุ๋ยที่ให้เป็นอย่างไรบ้างคะ

ปุ๋ยที่เราจะให้ จะเป็นปุ๋ยทางใบหรือปุ๋ยเกล็ดที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดสูตรเสมอ ก็จะให้ความเข้มข้นแล้วแต่สภาพอากาศบ้านราอีกที ว่าอย่างช่วงฤดูหนาวกับช่วงฤดูฝนก็จะให้ต่างกัน ช่วงฤดูหนาวความชื้นในอากาศน้อย การดูดซับปุ๋ยก็จะกินน้ำบ่อยขึ้น ฉะนั้นค่าความเข้มข้นของปุ๋ยก็ให้เจือจางลง แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนกล้วยไม้จะแห้งช้า โอกาสที่จะได้รับปุ๋ยจะช้า ฉะนั้นความเข้มข้นก็ควรจะเพิ่มขึ้น แล้วก็การปลูกเลี้ยง ต้นกล้าที่เรานำเข้ามาหลังจากนำมาปลูกแล้ว ใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ถึงจะออกดอก แล้วมีเทคนิคอะไรที่ทำให้ออกดอกได้ หลังจากย้ายปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ 3.5 นิ้ว ปลูกเลี้ยงด้วยเปลือกสน เราก็ใช้เวลาประมาณ 10 เดือนขึ้น หรือ 10-15 เดือน ถ้าอายุเค้ามาก ความสมบูรณ์ของต้นก็จะมาก จำนวนดอกหรือว่าก้านช่อที่จะได้ก็จะสมบูรณ์ตามไปด้วย

ที่คุณไพฑูรย์พูดหมายถึงว่าปลูกระยะเวลา 10-15 เดือน ในโรงเรือนแบบเปิดปกติใช่มั้ยคะ

แล้วหลังจากนั้น? เราก็จะเอามาเข้าในระบบโรงอีแวปโรงปิด เพื่อว่าทำยังไงก็ได้ให้อุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนต่างกันนิดนึง ประมาณซักเท่าไหร่คะ ?

อยู่ที่ประมาณ 17-18 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิตอนกลางวันหรือความต่างอุณหภูมิ ความต่างอุณหภูมิครับ ความแต่งตากอุณหภูมิ17-18 องศาเซลเซียส กลางคืนกับกลางวัน แล้วหลังจากนั้นอยู่นานเท่าไหร่คะในโรงเรือนอีแวป ก็ประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นก็จะแทงช่อดอกขึ้นมา กว่าจะได้ช่อประมาณนี้ก็จากเดือนที่ 3 เข้ามา หลังจากที่เข้ามาอยู่ในโรงเรือนอีแวปได้ 3 เดือน ก็จะแทงช่อยาวขึ้นมาขนาดนี้

คุณไพฑูรย์มีอะไรอยากจะฝากถึงผู้ที่คิดจะทำธุรกิจฟาแลนนอปซิสมั้ยคะ ว่าควรจะคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง

ถ้าพูดถึงฟาแลนนอปซิสคือบ้านเราอนาคตตลาดตอนนี้ ยังสามารถเติบโตไปได้อีกมาก แล้วอีกอย่างหนึ่งพื้นที่ประเทศไทยเหมาะสำหรับแก่การส่งออกมาก เพราะว่าตลาดคู่แข่งของเราอย่างไต้หวัน ถ้าเราจะไปบุกตลาดทางตะวันออกกลางคือประเทศไทยจะได้เปรียบตรงค่าขนส่ง ค่าขนส่งเราจะถูกกว่า ราคาถ้าเทียบกับไต้หวัน ต้นทุนการผลิตของเราจะถูกกว่าไต้หวันมาก วันนี้ก็ได้ความรู้จากทั้งสองท่านเป็นอย่างมาก

ขอบพระคุณทั้งคุณไพฑูรย์และอาจารย์จงกลบดินทร์นะคะ ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ ผมในนามของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอขอบคุณทีมวิทยากร ที่ได้นำองค์ความรู้สู่ชุมชน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่พยายามจะผลักดัน โดยทั้งสองมหาวิทยาลัยก็ถือเป็นเพื่อนบ้านกันได้ช่วยกันร่วมมือ ในครั้งนี้ก็ขอขอบคุณครับ ขอบพระคุณมากค่ะ