การนอนกรนอาจทำให้เกิดอันตรายได้ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว



การนอนกรนมี 2 ประเภทได้แก่

1. นอนกรนธรรมดา
การนอนกรนแบบนี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ เพราะว่าไม่ทำให้เกิดลักษณะการหยุดหายใจขณะที่เรานอนหลับ แต่ปัญหาอาจจะเกิดกับคนรอบข้างที่นอนด้วยข้างๆ เพราะว่าเสียงกรนจะทำให้คนที่ได้ยินนั้นนอนหลับได้ยาก คนที่เป็นคนนอนกรนมักไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นกับคนที่นอนด้วยกัน

2. นอนกรนที่เป็นอันตราย
การนอนกรนแบบนี้จะเกิดอาการหยุดหายใจขณะหลับซึ่งลักษณะนี้นอกจากจะเกิดผลกระทบต่อคนที่นอนด้วยกันแล้ว ถ้าหากว่าเราไม่รีบไปรักษาอาจจะมีอาการทำให้เราง่วงมากกว่าปกติได้ในเวลากลางวัน ซึ่งจะทำให้เสียการทำงานและก็การเรียนได้ด้วย หรือบางครั้งถ้าหากเราจำเป็นที่จะต้องขับรถก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุในขณะขับรถได้เช่นกัน นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้วก็ยังมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดโรคต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด หรือว่าภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ หรือไม่ก็เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคความดันโลหิตในปอดสูงเกินไป

 

เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรจะสังเกตอาการของตัวเราว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้หรือไม่ ถ้าหากว่าพบอย่างใดอย่างหนึ่งก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพราะว่าอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ หรือที่เรียกว่าการนอนกรนอันตรายนั่นเอง

- ตื่นนอนขึ้นมาในเวลาเช้าแล้วไม่สดชื่นและมีความเหนื่อยล้า หรือบางครั้งอาจจะมีอาการมึนศีรษะขึ้นมา จนทำให้ต้องนอนต่อไปอีก ถ้าเป็นแบบนี้เป็นประจำบ่อยๆ และรู้สึกว่านอนหลับไม่เต็มที่ หรือว่ามีความรู้สึกว่าเหมือนกับยังไม่ได้นอนเลยทั้งๆ ที่ก็นอนมาทั้งคืนแล้ว

- มีลักษณะอาการที่ง่วงนอนในเวลาทำงานตอนกลางวัน ง่วงมากจนทำงานต่อไม่ได้ หรืออาจจะมีการเผลอหลับไปในขณะที่กำลังทำงานอยู่ก็ตาม หรือไม่ก็ง่วงนอนในขณะเรียน ขณะเข้าห้องประชุม ตอนที่กำลังขับรถ หรืออย่างอื่น เช่น กำลังดูหนัง ดูโทรทัศน์ หรือว่าอ่านหนังสือ ทั้งๆที่ก็ได้นอนมาอย่างเต็มที่แล้ว

- นอนหลับไม่สนิท อาจจะเกิดอาการนอนกระสับกระส่าย หรือว่าเกิดอาการละเมอ หรือว่าอาการฝันร้ายต่างๆ และก็มีลักษณะของการเหงื่อออกมากผิดปกติในขณะที่กำลังนอนหลับอยู่

- คนที่อยู่ด้วยหรือคนที่อยู่รอบตัวเราสังเกตเห็นว่ามีอาการหยุดหายใจ หรือว่าหายใจไม่สม่ำเสมอ ไม่ต่อเนื่อง

- มีอาการของลักษณะที่เป็นการหายใจที่ติดขัดหรืออาจจะหายใจไม่สะดวกในการที่กำลังนอนหลับอยู่หรืออาจจะมีลักษณะที่คล้ายๆกับการสำลักน้ำลาย

- หายใจแรงเหมือนกับการขาดอากาศหลังจากที่หยุดหายใจ หรืออาจจะมีอาการสะดุ้งตื่นขึ้นมา หรือการผวาขณะที่กำลังหลับ

- ถ้ากรณีที่เป็นเด็กเริ่มมีการนอนในท่าที่ผิดปกติ อย่างเช่นว่า ชอบนอนคว่ำ หรือนอนตะแคง หรือเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีสมาธิในการทำกิจกรรมบางอย่างได้ในเวลานานๆ มีอาการหงุดหงิดง่าย หรือมีกิจกรรมต่างๆทำอยู่ตลอดเวลา หรืออาจจะมีการฉี่ราดในเวลากลางคืน

- ความดันโลหิตสูงโดยที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน

- การทำงานหรือการเรียนแย่ลง เพราะเกิดจากอาการง่วงเกินไปทำให้ขาดสมาธิ ทำให้การพัฒนาของสติปัญญาและก็การทำงานของสมอง หรือแม้กระทั่งทำให้ความจำแย่ลง

- มีอาการอื่นๆที่ยังไม่ชัดเจน อย่างเช่น มีอาการซึมเศร้า หรือว่าหงุดหงิดง่าย หรือว่าอารมณ์เสียง่าย แม้กระทั่งอาการอ่อนเพลีย หรือมีสมรรถภาพทางเพศลดน้อยลง ซึ่งอาการเหล่านี้ก็อาจจะเกี่ยวข้องด้วยก็เป็นได้

 

ซึ่งเมื่อไปพบแพทย์ เมื่อแพทย์วินิจฉัยโรคแล้ว ถ้ามีการสงสัยว่าจะเป็นการนอนกรนแบบอันตรายหรือเป็นลักษณะของภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ ก็จะมีการสอบถามประวัติ และตรวจร่างกาย บางครั้งแพทย์ก็อาจจะมีการส่งตรวจการนอนหลับ เพื่อเป็นการช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการพิจารณาว่าลักษณะนี้เป็นการนอนกรนอันตรายซึ่งทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ หรือว่าเป็นการนอนกรนแบบธรรมดานั่นเอง และถ้าหากว่ามีการนอนกรนแบบอันตราย การตรวจขณะกลับนี้ก็จะระบุได้ถึงความรุนแรงของโรคได้ด้วยว่ามีอาการมากหรือน้อยเพียงใด และจะช่วยหาทางรักษาให้อาการดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง