การทำ SEO กับการค้นหาด้วยเสียง (อัพเดท 2018)



การทำ SEO ในปี 2018 นี้ มีเทรนด์อย่างหนึ่ง ที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ

แต่สำหรับประเทศไทยเรา ก็อาจจะมาแรงด้วยเช่นกันในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

ซึ่งก็คือ การค้นหาด้วยเสียงนั่นเองครับ

อย่างที่ใครๆ ก็รู้กันดีว่า คนสมัยนี้ใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์

ไม่ว่าจะเป็นเด็กไปจนถึงคนแก่ ต่างก็มีมือถือใช้กัน และสำหรับการค้นหาข้อมูลด้วย Google

แล้วการที่เราจะพิมพ์ค้นหาในโทรศัพท์ก็อาจจะไม่ค่อยถนัดกันสักเท่าไหร่

แต่ว่า เราก็สามารถใช้เสียงพูดแทนการพิมพ์ได้ครับ คือการพิมพ์ด้วยเสียงนั่นเอง

ไม่ว่าเราอยากจะพิมพ์อะไรเราก็พูดไปเลย แล้วข้อความก็จะขึ้นมาเองตามที่เราพูดนั่นเองครับ

การพิมพ์ด้วยเสียง มันเกี่ยวข้องกับ SEO อย่างไร

ขอตอบเลยครับว่า เกี่ยวข้องโดยตรงกับ SEO และมีผลกระทบอย่างมากด้วยครับ

ถ้าหากคนค้นหาข้อมูลใน Google ด้วยวิธีการใช้เสียงพูดแทนการพิมพ์

คำค้นหาหรือว่าคีย์เวิร์ดต่างๆ ก็จะต้องแตกต่างจากการพิมพ์อย่างแน่นอน

เพราะปกติเวลาเราพิมพ์ค้นหาเราก็จะพิมพ์คำสั้นๆ หรือประโยคที่สั้นๆ ไม่ยาวมาก

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าเราต้องการที่จะค้นหาร้านอาหารที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่

เวลาพิมพ์เราก็อาจจะพิมพ์คำว่า "ร้านอาหารเชียงใหม่"

แต่ถ้าหากเราใช้วิธีการพูดโดยส่วนใหญ่แล้ว เราก็จะพูดในลักษณะที่เป็นประโยค

อย่างเช่น

"ร้านอาหารที่อยู่เชียงใหม่" หรือไม่ก็ "ร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่" หรือไม่ก็ "ร้านอาหารที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่"

ซึ่งแน่นอนว่า ผลการค้นหาใน Google ระหว่างคีย์เวิร์ดที่ว่า

"ร้านอาหารเชียงใหม่" และ "ร้านอาหารที่อยู่เชียงใหม่" หรือ "ร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่" หรือ "ร้านอาหารที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่"

จะได้ผลการค้นหาที่แตกต่างกันอย่างแน่นอน

และนอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่คนมักจะค้นหาด้วยเสียง ซึ่งก็คือ เวลาเราพูดนั้นเรามักจะพูดโดยการตั้งคำถาม เหมือนอย่างที่เราตั้งคำถามพูดคุยกันนั่นแหละครับ

ดังนั้นในการทำ SEO เพื่อให้รองรับการค้นหาด้วยเสียง

เราจะต้องคำนึงถึงคีย์เวิร์ดที่คนเราจะใช้พูดแทนการพิมพ์

ต้องไปทำการบ้านให้ได้ว่า เว็บไซต์ของเรา ถ้าคนจะค้นหาด้วยการใช้เสียงพูดนั้น จะต้องพูดว่ายังไง

จะใช้ประโยคแบบไหน หลังจากได้คีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว เราก็นำมาทำ SEO ให้กับคีิย์เวิร์ดที่เราต้องการได้เลยครับ

ซึ่งขั้นตอนการทำ SEO ก็จะเหมือนกับการทำ SEO ทั่วไปนั่นแหละครับ

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครมีทีเด็ด ใครมีเทคนิคที่เจ๋งกว่ากัน

แต่ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ก็เพื่อเป็นแนวทางให้คนที่ยังไม่ทราบ หรือยังไม่เข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางการทำ SEO เพื่อให้รองรับการค้นหาด้วยเสียงพูดครับ

สรุปการทำ SEO ให้รองรับการค้นหาด้วยเสียง

เราต้องเน้นไปที่คีย์เวิร์ดที่คนน่าจะใช้ในการพูดเพื่อค้นหา

ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการพิมพ์ค้นหาไม่มากก็น้อยครับ

ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจหรือลักษณะของเว็บไซต์แต่ละเว็บครับ

ซึ่งตรงนี้เราซึ่งเป็นคนทำ SEO หรือเป็นเจ้าของเว็บไซต์ก็ต้องกลับไปคิดให้ออกครับ

ถ้าหากว่าเว็บไซต์ของเรารองรับการค้นหาด้วยเสียงด้วยแล้วละก็

เราก็จะสามารถครองตลาดได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และบนมมือถืออย่างแน่นอนครับ