การทำให้ฟันขาวขึ้นทันตาเห็น แต่กลับเป็นอันตรายต่อสุขภาพฟันอย่างร้ายแรง (มีคลิป)



สีฟันตามธรรมชาติของคนเราครับ ก็จะมีสีออกเหลือบเหลือง ๆ หน่อย ๆ เนื่องจากว่า ในตัวฟันของเรา ชั้นนอกสุดเป็นชั้นเคลือบฟันจะมีสีใส ๆ ส่วนชั้นในจะเป็นชั้นเนื้อฟัน จะมีสีออกเหลือง ๆ ครับ สีก็ขึ้นอยู่กับ อายุ ขึ้นอยู่กับแค่ละชนชาติ แต่ละบุคคลอีกครั้งหนึ่ง บางคนก็อาจจะเหลืองมาก บางคนก็อาจจะเหลืองน้อย แล้วแต่บุคคล แต่ก็จะไม่มีสีขาวตามโฆษณา ตามค่านิยมที่เราเห็น ๆ กัน ถ้าฟันที่ขาวออกมาก ๆ คิดว่ามันดูเป็นสีไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไร

สาเหตุที่ทำให้สีฟันเรามีการเปลี่ยนไป ก็แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ส่วนแรก คือ สาเหตุที่สีฟันเปลี่ยนไปเฉพาะซี่ เป็นซี่ ๆ ไปนะครับ หรือว่าสาเหตุที่สีฟันเปลี่ยนไป โดยทั่วกันทั้งปากเลยนะครับ ถ้าสาเหตุที่สีฟันเปลี่ยนไปเฉพาะซี่ ก็อาจจะเกิดจากฟันที่ได้รับอุบัติเหตุมา มีฟันผุหรือมีวัสดุอุด มีรอยร้าว ส่วนสาเหตุที่ฟันเปลี่ยนไป โดยสีทั่ว ๆ กันทั้งปาก ก็จะแบ่งเป็นปัจจัยภายนอก เกิดจากคราบหินปูนทั้งปาก เกิดจากอาหารที่คนชอบกิน พฤติกรรมการกิน ชอบกินอาหารติดสี พวกชา กาแฟ น้ำอัดลมติดสี การสูบบุหรี่ หรือเคี้ยวหมากครับ ถ้าเรายิ่งทำความสะอาดหรือแปรงฟันไม่สะอาด สีพวกนั้นก็จะอยู่ติดที่ฟันเราไปเรื่อย ๆ อีกส่วนหนึ่ง คือ สาเหตุที่เปลี่ยนแปลง จากภายในตัวฟันเลย ก็อาจจะเกิดจากโรคประจำตัวบางอย่าง เกิดจากการได้รับยาบางตัว หรือสารเคมีบางชนิด ทำให้สีฟันเปลี่ยนไปครับ

ในความเชื่อที่ว่า ยิ่งขาวไวยิ่งอันตราย ก็ต้องบอกตามตรงนะครับว่า ยิ่งขาวไว ก็ต้องยิ่งมีสารเคมีเยอะ หรือมีผงขัดที่หนามาก ๆ มันก็จะเกิดผลเสียได้เร็ว เบกกิงโซดาผสมกับมะนาวครับ ที่แชร์ ๆ กัน สามารถช่วยให้ฟันขาวได้จริงหรือไม่ ถ้าตามสูตรของสารเคมีแล้วนะครับ ก็สามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้จริง เนื่องจากว่าสารเคมีรวมกับกรดจากมะนาวครับ ก็จะช่วยไปขัดถูที่ฟัน หรือไปกัดกร่อนที่ฟัน ทำให้ฟันดูขาวขึ้น ดูขจัดคราบจากภายนอกออก ทำให้ฟันดูสะอาดขึ้นได้ครับ แต่การที่ใช้สารเคมีตรงส่วนที่ใช้ไปนาน ๆ มันก็จะกัดกร่อนฟันเข้าไปเรื่อย ๆ ตัวเคลือบฟันก็จะบางลงไปเรื่อย ๆ ครับ จนเห็นสีเนื้อฟันชัดมากขึ้น ซึ่งอย่างที่กล่าวไปครับ สีเนื้อฟันจะเป็นสีเหลือง ใช้ไปนาน ๆ ฟันกัดกร่อนมาก ๆ ก็จะเห็นสีเหลืองขึ้น ๆ เรื่อย ๆ และที่สำคัญครับ คือมันสามารถขัดถูได้เฉพาะ ที่ติดสีจากภายนอกเท่านั้น ถ้าเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ติดสีเฉพาะที่เป็นซี่ ๆ ไป หรือติดสีจากภายในตัวฟันเลย ก็ไม่สามารถแก้ด้วยวิธีนี้ได้ครับ

แน่นอนครับว่า การซื้อชุดฟอกสีฟัน กลับไปฟอกเองที่บ้านโดยไม่ได้ผ่านทันตแพทย์ ส่วนหนึ่ง คือ ไม่ได้ผ่านการตรวจช่องปาก ไม่ได้ผ่านการวินิจฉัยที่ถูกต้องครับว่า ฟันที่เปลี่ยนสีไปเกิดจากอะไร สามารถฟอกแล้วหายหรือไม่ หรือว่าฟอกแล้วไม่หายครับ ในส่วนของกระบวนการขั้นตอน ชุดที่เอาไปใช้ที่บ้าน ตัวถาดฟอก ก็จะไม่สามารถฟิตกับช่องปากของแต่ละคนได้ครับ ต่างจากการทำกับทันตแพทย์ แต่หากซื้อไปเอง น้ำยาก็จะรั่วซึม ไปโดนบริเวณเหงือก หรือบริเวณเนื้อเยื้อช่องปากรอบ ๆ ได้ครับ ส่งผลเสียต่อมาในอนาคตครับ

สำหรับการฟอกสีฟันกับทันตแพทย์ครับ การที่ไปพบกับทันตแพทย์ก่อน ทันตแพทย์จะสามารถตรวจในช่องปากได้ทั้งหมด หาสาเหตุที่ฟันเปลี่ยนสีได้ ถ้าฟันเปลี่ยนสี สามารถฟอกสีฟันได้ครับ แล้วก็จะมีวิธีการฟอกสีฟันแนะนำให้ หรือในอีกกรณีเดียวกันว่า ฟันเปลี่ยนสีที่เกิดจากฟันได้รับอุบัติเหตุมา มีวัสดุอุด มีรอยรั่วซึม มีฟันผุหรือมีหินปูน ก็สามารถรักษาได้ตามสาเหตุครับ สำหรับการฟอกสีฟัน ถ้าจำเป็นต้องฟอก ก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ครับ ส่วนแรก คือ ฟอกที่คลินิกเลย กับส่วนที่สอง คือ กลับไปฟอกที่บ้านครับ ฟอกที่คลินิก เราจะใช้เป็นน้ำยา ที่มีความเข้มข้นสูงมาก ๆ ประกอบกับบางที่จะใช้แสงร่วมด้วยครับ จะช่วยให้ฟันขาวเร็วขึ้น เห็นผลทันตา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ เปลี่ยนแปลงสีฟันทันที ในตรงนี้ครับก็สามารถคืนกลับมาได้เร็วเช่นกัน และก็อาจจะมีการเสียวฟันค่อนข้างสูงครับ กับอีกแบบหนึ่ง สามารถกลับไปฟอกที่บ้าน ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปาก ทำเป็นถาดฟอกสีฟันขึ้นมาก่อน ซึ่งถาดก็จะฟิตกับรูปร่างของฟัน ในช่องปากของแต่ละบุคคลเลย ตอนที่ใส่น้ำยาฟอกสีฟันที่เป็นสารเคมีลงไป น้ำยาก็สามารถโดนเฉพาะที่ฟันเท่านั้น ไม่ได้ทำอันตรายต่อเหงือก และก็เนื้อเยื่อรอบ ๆ วิธีที่สองสีจะคงทนกว่าวิธีแรกครับ เนื่องจากว่าสีจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปครับ จะค่อย ๆ แตกเม็ดสีของฟันด้านใน ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า การใช้งานของคนไข้ว่า เอาไปใช้งานอย่างไร สูบบุหรี่ เคี้ยวหมาก หรือว่าทานอาหารที่ติดสีเยอะ ๆ หรือไม่ครับ