การทำความสะอาดเขียง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค (มีคลิป)



ในทุกบ้านก็ต้องมีเขียงอย่างน้อย 1 อัน ไม่ว่าจะเป็นเขียงไม้หรือว่าเขียงพลาสติก เขียงก่อโรคไหม ตัวเขียงเองไม่ได้ก่อโรค ถ้าสมมติว่าเขียงมีการดูแล ทำความสะอาดอย่างดี แต่ว่าวิธีการที่เรานำมาใช้เนี่ย อาจจะเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการก่อโรค เราจะเห็นว่าเวลาการเตรียมอาหาร 1 ประเภท ทุกบ้านจะเริ่มจากการสับหมู หรือว่าที่เป็นเนื้อสัตว์ก่อน และหลังจากนั้นก็จะมาสับผัก เนื่องจากว่าเหมือนเรารู้สึกว่า การเตรียมเนื้อสัตว์จะใช้กระบวนการ นานกว่า ยากกว่า ซึ่งการเตรียมแบบนี้มันจะมีโอกาสที่ เชื้อโรคจากตัวเนื้อสัตว์ จะถ่ายทอดมาสู่ผักหรือผลไม้ ซึ่งผักหรือผลไม้เนี่ย ถ้าสมมติว่า มันไม่ได้ผ่านกระบวนการความร้อน มันก็จะเป็นแหล่งการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ ซึ่งนำจุลินทรีย์พวกนี้ เข้าสู่ร่างการของคนเรา จริง ๆ ส่วนมาก มันจะเป็นมรดกตกทอด มาจากรุ่นพ่อ รุ่นแม่เราหรือเปล่า เขียงอันหนึ่งอาจจะมีอายุมากกว่าเราเองก็ได้ ถ้าเก็บไว้นาน หรือมีความชื้น อาจจะเป็นเชื้อราเป็นอันดับแรก เชื้อราก็จะเป็นจุลินทรีย์ทั่วไป ที่ทำให้ท้องเสีย บางตัวอาจจะมีฤทธิ์ที่สร้างสารพิษ เช่น แอฟลาท็อกซิน แต่ถามว่ามันจะมีเชื้อโรคอื่น ที่สามารถปนเปื้อนได้ไหม จริง ๆ ต้องดูกับอาหารที่เรานำมาเตรียม เช่น ถามสมมติเราเตรียมเนื้อสัตว์ ก็จะมีเชื้อโรคที่เรียกว่า อีโคไล ซาลโมเนลลา ลิสทีเรีย ซึ่งตัวลิสทีเรียก็จะก่อให้เกิดโรค ที่เรียกว่า ลิสเทริโอซิส อันนี้จะไม่ใช่โรคในทางเดินอาหาร แต่จะเป็นโรคที่ทำให้เกิด การอักเสบในเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งจะอันตรายกว่าโรคทางเดินอาหาร ที่เราจะแค่ท้องเสีย ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ทั้งเขียงไม้และเขียงพลาสติก ก็จะมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน อย่างข้อดีของเขียงพลาสติกก็คือ หาซื้อง่าย ราคาถูก ทนทาน แต่ว่าข้อเสียก็คือ ถ้ามีการสึกกร่อน หรือการปนเปื้อนของพลาสติกลงไปในอาหาร ก็จะก่อให้เกิดอันตราย ส่วนเขียงไม้เป็นวัสดุจากธรรมชาติ เวลาเกิดการสึกกร่อนจะไม่เกิดอันตราย ถ้าเราบริโภคเนื้อไม้เข้าไป แต่ว่าข้อเสียของการใช้เขียงไม้ก็คือว่า สึกกร่อนได้ง่าย ตัวเนื้อไม้จะมีรูพรุนค่อนข้างมาก สะสมความชื้นได้ง่าย หรือว่าสะสมจุลินทรีย์ ได้ง่ายกว่าเขียงพลาสติก จะเห็นได้ว่าเขาใช้ทั้งวันเลย ไม่เคยล้าง หรือว่าเอามาตากแดดเลย อันนี้ก็จะเป็นแหล่งที่ทำให้เกิด การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ ยกตัวอย่างเช่น ร้านข้าวมันไก่ สมมติว่ามีการสับไก่ตั้งแต่เช้า ตอนเช้าอาจจะท้องไม่เสีย แต่ตอนเย็นอาจจะท้องเสียได้ เนื่องจากว่ามีจุลินทรีย์ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยในระหว่างวัน อาจจะเพิ่มจาก 10 ตัวในตอนเช้า เป็น 1 ล้านตัวได้ในตอนเย็น ขี้เขียงจริง ๆ แล้วมันเกิดจากการที่เรา สับหรือว่าหั่นอาหาร แล้วเราก็ไปหั่นโดนเขียงเอง ซึ่งขี้เขียงก็คือเนื้อไม้ ถามว่าอันตรายไหม จริง ๆ แล้ว ไม่ได้อันตราย ที่ทำให้เจ็บป่วยหรือว่าตาย แต่ถามว่ามันดีต่อสุขภาพหรือว่าสุขอนามัยไหม มันก็ไม่ได้ดีต่อสุขอนามัยค่ะ บางทีเราจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าชอบปัก ปังตอลงบนเขียงใช่ไหมคะ ซึ่งจริง ๆ มันเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรจะทำ เนื่องจากว่าเราไปสร้างร่อง หรือรอยบากอยู่บนเขียง อันนั้นก็จะเป็นแหล่งที่อยู่ของเชื้อโรค ซึ่งถ้าเรานำมาสัมผัสกับอาหาร มันก็จะถ่ายทอดไปสู่อาหาร และถ้าเรากินอาหารนั้นเข้าไป เราเองก็จะรับเชื้อโรค ที่ทำให้ก่อโรคทางเดินอาหารได้ อาจจะเกิดการท้องเสีย ท้องร่วงตามมา การใช้กรด หรือว่าผงฟูในการล้างเขียง ถามว่านำมาใช้ได้ไหม แล้วก็ปลอดภัยไหม ตอบว่า สามารถนำมาใช้ได้ และก็ปลอดภัยค่ะ แต่ว่ากรดที่นำมาใช้อาจจะเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในอาหารอยู่แล้ว เช่น อาจจะใช้น้ำส้มสายชูในการล้าง น้ำมะนาวในการล้าง กรดสามารถฆ่าจุลินทรีย์ได้บางประเภท เพราะว่าจุลินทรีย์บางตัวไม่ชอบกรด หรือว่าการใช้ผงฟูมาใช้ในการล้าง ผงฟูจะเพิ่มความเป็นด่างให้กับน้ำ แล้วก็อาจจะฆ่าจุลินทรีย์บางชนิดได้เช่นกัน รวมถึงตัวผงฟูเองก็จะช่วย ในการกำจัดคราบของอาหาร ที่ปนเปื้อนอยู่ในเขียงได้ด้วย ในระหว่างการใช้ ถ้ามีการเปลี่ยนประเภทอาหาร เช่น จากเนื้อสัตว์มาเป็นผัก หรือว่าผลไม้ ก็อาจจะมีการล้างเขียงหรือเช็ดเขียง ในระหว่างการเตรียม หลังจากใช้เสร็จแล้ว เราควรจะล้างให้สะอาดมาก ๆ อีกครั้งหนึ่ง โดยการใช้น้ำยาล้างจานคู่กับสก๊อตช์ไบรต์ เราอาจจะไม่ควรใช้ฝอยขัดหม้อ ซึ่งการใช้ฝอยขัดหม้อ มันจะทำให้เกิดร่องบนเขียง ซึ่งการที่ทำให้เกิดร่องบนเขียง บางทีมันก็จะเป็นแหล่งที่อยู่ ของจุลินทรีย์ในอนาคต หลังจากนั้นก็ควรจะผึ่งให้แห้ง นำไปตากแดดอาทิตย์ละครั้งหรือว่า 2 ครั้ง