การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต



เนื้อหาด้านล่างนี้คือคำอธิบายของวิดีโอนี้ซึ่งถ้าหากใครขี้เกียจอ่านเนื้อหาก็สามารถดูวีดีโอเพียงอย่างเดียวก็ได้หรือสำหรับใครที่ต้องการข้อมูลหรือว่าข้อความเพื่ออ่านก็อ่านรายละเอียดด้านล่างได้เช่นกันเพราะว่าเป็นเนื้อหาเดียวกัน

การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นอย่างดีนั้น เราเรียกว่า “สุขภาวะ” ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายมีความสมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ สภาวะจิตใจสดชื่น แจ่มใส อารมณ์มั่นคง ปราศจากความขัดแย้งหรือความสับสนภายในจิตใจ ปัจจุบันนั้นผู้คนหันมาสนใจที่จะดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพใจของตัวเองมากยิ่งขึ้น เพราะการที่เรามีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีนั้น จะทำให้เราสามารถปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ซึ่งสามารถทำให้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เราทำกิจกรรมเป็นไปได้ด้วยดี มีประสิทธิภาพ เราจะมีความสุขในการใช้ชีวิต

แต่ถ้าในทางตรงกันข้าม ถ้าสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ และทำให้เราส่งผลให้การทำกิจต่างๆของเราไม่มีประสิทธิภาพ ในบทนี้เราจึงจะพูดถึงประโยชน์ รวมไปถึงวิธีการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ถูกต้อง และโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตที่น่าสนใจค่ะ ในช่วงแรกนี้เราจะมาพูดถึง ประโยชน์ของการพัฒนาวิถีชีวิตแห่งสุขภาวะ กันนะคะ

ประโยชน์อันดับแรกเลยคือ ประสิทธิภาพการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น

สอง กล้ามเนื้อเราจะมีความยืดหยุ่นสูงและแข็งแรง สามารถลดอัตราความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บต่างๆได้ดีค่ะ

สาม เราสามารถพัฒนาคุณภาพทางใจที่สำคัญ 3 ประการคือ ความสามารถในการควบคุมตนเอง การรับรู้ความสามารถของตนเอง และการเห็นคุณค่าในตนเองค่ะ

นอกจากนี้เรายังสามารถจัดการและควบคุมความเครียดได้ดีขึ้น มีทัศนคติที่เกี่ยวกับโลกและชีวิตที่ดี ทำให้เราเกิดการพัฒนาสัมพันธภาพและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ สำหรับประโยชน์ข้อสุดท้าย สำคัญที่สุด คือ การลดการเสียชีวิตหรือความเจ็บป่วย ที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ หรือโรคเรื้อรัง จริงๆแล้วแต่ละคนคงจะมีวิธีการปฏิบัติเพื่อให้ตนเองมีสุขภาวะที่ดี แตกต่างกันออกไปตามวิถีของตัวเองใช่ไหมคะ?

วันนี้เราจะมีหลักปฏิบัติเพื่อการมีสุขภาวะมาแนะนำ เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตนเองค่ะ หลักปฏิบัติที่ว่านี้คือหัวใจของการมีสุขภาวะ หรือ REDS นั่นเอง R= Rest พักผ่อน E= Exercise การออกกำลังกาย D=Diet อาหาร S=spiritualty จิตวิญญาณ เรามาดูความหมายของแต่ละตัวกันค่ะ R= Rest พักผ่อนและการพักผ่อนนอนหลับ การพักผ่อนและการนอนหลับนั้นเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพที่ดี ขณะที่เรานอนนั้นร่างกายจะซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนต่างๆ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้การนอนยังบ่งบอกถึงภาวะความเครียด เช่น เมื่อเรามีความวิตกกังวล เราก็อาจจะนอนไม่หลับ หากนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นระยะเวลานานก็อาจจะ ส่งผลต่อสุขภาพเนื่องจากนอนไม่เพียงพอ ตอนนี้ทุกท่านลองสำรวจตัวเองกันหน่อยนะคะ ว่าเรานอนกันเพียงพอรึเปล่าเอ่ย? แล้วโดยปกติทั่วไปเราควรจะนอนหลับให้ได้วันละกี่ชั่วโมงกันคะ? ใครสามารถตอบได้บ้างเอ่ย??? tick tok tick tok ใช่แล้วล่ะค่ะ

ปกติแล้วเราควรนอนหลับประมาณ 6-9 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละคน การนอนไม่เพียงพอนั้นจะส่งผลให้อารมณ์ไม่ปลอดโปร่ง ทำให้ไม่มีสมาธิ หลงลืม และก่อให้เกิดความเครียด ขณะเดียวกันถ้าเรานอนมากเกินไป 9-10 ชม.ต่อวัน อาจส่งผลต่ออัตราการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายช้าลง ทำให้รู้สึกเฉื่อยชา ไม่กระฉับกระเฉง เห็นไหมคะว่าการพักผ่อนและการนอนมีความสำคัญมากแค่ไหน แต่สำหรับใครที่มีปัญหานอนไม่หลับหรือนอนหลับยาก สามารถเข้าไปอ่านเทคนิคเพื่อการนอนหลับ อย่างมีประสิทธิภาพได้ในใบความรู้ค่ะ

ตัวต่อมา Exercise หรือ การออกกำลังกาย การออกกำลังกายนั้นทุกท่านรู้ดีอยู่แล้วว่ามีประโยชน์ ต่อทั้งร่างกายและจิตใจของเราอย่างมากมาย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมออกกำลังกาย เพียงเพราะว่าไม่มีเวลาหรือขี้เกียจ จริงๆแล้วการออกกำลังกายนั้นสามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ทุกที่และทุกเวลา กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมารณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยการออกกำลังกายมากขึ้น เพราะการออกกำลังกายช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิต ลดความเสี่ยงจากการเจ็บไข้ได้ป่วย เพิ่มความแข็งแรงและความยืนหยุ่นของกล้ามเนื้อ ช่วยระบบการทำงานของสมอง ระบบการหายใจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังส่งผลโดยตรงต่อสภาวะอารมณ์ของเราอีกด้วยค่ะ การออกกำลังกาย ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความเครียด ความวิตกกังวล จิตใจแจ่มใส เบิกบาน เพราะฉะนั้นเราควรจะมีการวางแผนการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เลือกวิธีออกกำลังกายที่เราชอบ อาจจะเป็นโยคะ วิ่ง เต้นซุมบ้า เล่นเวทเทรนนิ่ง เป็นต้น และพยายามให้กำลังใจตนเองเมื่อทำได้ตามแผน ค่อยเป็นค่อยไป แค่นี้เราก็จะมีความสุขในการออกกำลังกายค่ะ

ตัวต่อมา คือ Diet หรือ อาหาร อาหารถือว่าเป็นอีกปัจจัยนึงที่สำคัญอย่างยิ่งที่มีอิทธิพล ระยะยาวต่อสุขภาพของเรามากที่สุด เพราะฉะนั้นการเลือกทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง มีพลังงานเพียงพอสำหรับใช้ในการทำงาน หรือกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน การเลือกรับประทานอาหาร นอกจากจะคำนึงถึงคุณค่าทางอาหารและปริมาณอาหารแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เพราะอาหารที่ไม่สะอาดอาจมีการปนเปื้อนของสารเคมี ก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมายตามมา นอกจากนี้ควรจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

แต่ละหมู่ให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ได้สารอาหารที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน และหมั่นดูแลน้ำหนักตัวของตัวเอง เพื่อให้มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่อ้วนไปหรือผอมไป ที่สำคัญคือ พยายามสร้างสุขนิสัยที่ดีในการกินให้กับตัวเองอยู่เสมอ เราจะมีได้มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรงอยู่เสมอค่ะ

สำหรับตัวสุดท้าย คือ Spirituality หรือ จิตวิญญาณ ความหมายของจิตวิญญาณในที่นี้คือ ความใส่ใจและห่วงใยจิตใจของมนุษยชาติ หรืออาจกล่าวได้ว่า การมีความรัก ความเมตตา ความอดทน การให้อภัย ความรุ้สึกรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ทั้งนี้การบำรุงหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเรานั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นไม่น้อยไปกว่าการบำรุงหล่อเลี้ยงร่างกาย เพราะมันจะทำให้เราสามารถมีพลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป