กลุ่มแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยา - ความหมายและแนวคิดทางจิตวิทยา



 

ความหมายและแนวคิดทางจิตวิทยา

ในครั้งนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับ กลุ่มแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยา โดยที่แต่ละท่านได้เรียนรู้แล้วว่า จิตวิทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยาย อธิบาย ทำนาย และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยกลุ่มแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยาที่กำลังจะกล่าวถึง มีเพื่อศึกษาตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยกลุ่มแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยาที่จะกล่าวในบทนี้ มี 5 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มจิตวิเคราะห์
2. กลุ่มพฤติกรรมนิยม
3. กลุ่มมนุษยนิยม
4 กลุ่มการรู้คิด
5. กลุ่มประสาทและชีวภาพ

เริ่มจาก กลุ่มจิตวิเคราะห์ เป็นกลุ่มแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยาที่มีประวัติ และการศึกษามายาวนาน โดยบุคคลที่ก่อตั้งและมีความสำคัญอย่างมากในกลุ่มแนวคิดนี้คือ ซิกมันด์ ฟรอยด์ โดย ฟรอยด์ ศึกษาและอธิบายมนุษย์ว่า มนุษย์ทุกคนมีแรงขับจากความต้องการทางเพศ และความก้าวร้าวซึ่งถูกเก็บกดไว้ และส่วนนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์ เพราะมนุษย์ทุกคนต้องการความสบาย มีความเห็นแก่ตัว และมักเอาตัวรอดเสมอ แต่เมื่อ มนุษย์ มีสติ รู้ตัว มีความสงบ ก็จะสามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองให้เป็นไปตามระเบียบของสังคม เป็นไปตามกฏ และทำตามความถูกต้อง รวมไปถึงทำในสิ่งที่ควรจะทำ ในทางตรงข้ามกัน เมื่อมนุษย์อยู่ในภาวะกดดัน เครียด โกรธ กลัว หรือมีความวิตกกังวล ก็อาจจะทำให้มนุษย์มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น ก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง เป็นต้น ตัวอย่างเช่น หากจะอธิบายว่า พฤติกรรมความก้าวร้าว ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แนวคิดกลุ่มนี้จะเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนมีความก้าวร้าว แต่ความก้าวร้าวนั้นถูกเก็บกดไว้ เมื่อบุคคลมีความกดดัน เครียด โกรธ กลัว หรือมีความวิตกกังวล ก็จะแสดงความก้าวร้าวนั้นออกมา ตัวอย่างเช่น เพื่อนหลายคนล้อเลียนสมชาย เมื่อสมชายพูดผิดตอนรายงานหน้าชั้น สมชายโกรธจึงตะคอก และขว้างรายงานของตัวเองไปที่กลุ่มเพื่อนที่ล้อเลียนตน ดังนั้น หากจะอธิบายจากเหตุการณ์นี้ ตามแนวคิดของกลุ่มจิตเคราะห์ จะอธิบายได้ว่า สมชาย มีความก้าวร้าวอยู่ในตนเอง เมื่อต้องนำเสนอหน้าชั้น ก็จะมีความเครียด กดดัน เพราะตัวเองพูดผิด และเมื่อถูกเพื่อนล้อก็จะมีความโกรธ โมโห ไม่พอใจ ทำให้สมชายขาดสติ และไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จึงขว้างรายงานของตนเองไปที่กลุ่มเพื่อนที่ล้อเลียนตน

กลุ่มที่ 2 กลุ่มพฤติกรรมนิยม เป็นกลุ่มแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับกลุ่มหนึ่ง โดยกลุ่มแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยากลุ่มนี้ จะเชื่อว่า พฤติกรรมของมนุษย์ เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ ประสบการณ์ และ เกิดจากการถูกฝึกหัด และเมื่อเกิดการเรียนรู้อย่างหนึ่ง การเรียนรู้นั้นจะเป็นตัวเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้อื่นๆ ต่อไป หากจะอธิบายว่า พฤติกรรมความก้าวร้าว เกิดขึ้นได้อย่างไร แนวคิดกลุ่มนี้จะเชื่อว่า ความก้าวร้าว เกิดจากการเรียนรู้ เช่น การเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าว หรือ การได้รับสิ่งเสริมแรงเมื่อแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ตัวอย่างเช่น เพื่อนหลายคนล้อเลียนสมชาย เมื่อสมชายพูดผิดตอนรายงานหน้าชั้น สมชายโกรธ จึงตะคอก และขว้างรายงานของตนเองไปที่กลุ่มเพื่อนที่ล้อเลียนตน สาเหตุที่สมชายทำแบบนั้น เป็นเพราะ ที่ผ่านมา เมื่อสมชายไม่พอใจใคร สมชายก็จะใช้ความรุนแรง เช่น ต่อว่าเพื่อน ตะโกนใส่เพื่อน หรือ ทำร้ายเพื่อน เมื่อเพื่อนทำให้สมชายไม่พอใจ นอกจากนั้น สมชายยังสนใจ และชอบดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับ การต่อสู้ สงคราม จึงเลียนแบบพฤติกรรมจากภาพยนตร์ และที่สำคัญเมื่อสมชายใช้ความรุนแรง เพื่อนหรือคนอื่นที่ทำให้สมชายไม่พอใจ ก็จะหยุดพฤติกรรมของตนเองเมื่อสมชายแสดงความก้าวร้าว ดังนั้นสมชายจึงเรียนรู้ว่า เมื่อคนอื่นทำบางอย่างที่ไม่ดีกับตนเอง ก็ต้องใช้ความรุนแรง หากต้องการจะหยุดพฤติกรรม ของคนอื่น เป็นต้น

กลุ่มที่ 3 กลุ่มมนุษยนิยม แนวคิดและทฤษฎีของกลุ่มนี้ เชื่อว่า มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความดีงาม และมีความดีงามโดยธรรมชาติ และยังเชื่ออีกว่า มนุษย์มีธรรมชาติของการใฝ่ดี อยากทำความดี รวมทั้ง มนุษย์มีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นกว่าปัจจุบัน หากจะอธิบาย พฤติกรรมความก้าวร้าว ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร กลุ่มแนวคิดนี้จะเชื่อว่า ความก้าวร้าวเกิดจากการความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง หากทุกคนได้รับการตอบสนองความต้องการอย่างเพียงพอ พฤติกรรมความก้าวร้าวก็จะไม่เกิดขึ้น เช่น หากเพื่อนๆ ยอมรับเมื่อสมชายพูดผิดตอนนำเสนอ สมชายก็จะไม่โกรธ ไม่ตะคอกเพื่อน หรือไม่ขว้างรายงานไปที่กลุ่มเพื่อน หรือ หากสมชายยอมรับตนเองที่พูดผิด และเข้าใจว่า สิ่งที่เพื่อนล้อเลียนนั้นเป็นความสนุกของเพื่อน เพราะจริงๆ เพื่อนก็เป็นที่เรียนห้องเดียวกัน สมชายก็จะไม่โกรธและไม่ขว้างข้าวของใส่เพื่อนเมื่อเพื่อนล้อ แนวคิดของกลุ่มที่ 3 จะเชื่อว่า ถ้าทุกคนยอมรับกัน ได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม พฤติกรรมความก้าวร้าวก็จะไม่เกิดขึ้น

กลุ่มที่ 4 กลุ่มการรู้คิด เป็นกลุ่มที่ศึกษากระบวนการทางจิต ด้วยระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ แนวคิดนี้ทำการทดลองและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่ออธิบายการทำงานของกระบวนการทางจิต โดยกระบวนการทางจิตของมนุษย์มีความซับซ้อนยิ่งกว่าพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน การทำงานของจิต และระบบประสาทของมนุษย์มีความซับซ้อนและโยงใยสัมพันธ์กันหลายลำดับขั้น เนื่องจากมนุษย์อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นขณะที่มนุษย์แต่ละคนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ระบบในร่างกายก็จะจัดการกับข้อมูลข่าวสารนั้นไปด้วย หากจะอธิบายว่า พฤติกรรมความก้าวร้าว เกิดขึ้นได้อย่างไร แนวคิดกลุ่มนี้จะอธิบายได้ว่า พฤติกรรมความก้าวร้าว เกิดจากกระบวนการคิดของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น คนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นเพราะคนๆ นั้นคิดว่า การใช้ความรุนแรงเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการหยุดปัญหา หรืออาจจะมีความคิดที่ว่า คนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมควรถูกลงโทษอย่างสาสม ตัวอย่างเช่น เมื่อสมชายพูดผิดตอนรายงานหน้าชั้น และ เพื่อน ๆ ล้อเลียนสมชาย สมชายรับรู้ว่า การที่เพื่อนล้อทำให้ตนเองได้รับความอับอาย และสมชายมีความคิดที่ว่า เพื่อนที่ดี ไม่ควรล้อเลียนให้เพื่อนอาย และการทำให้เพื่อนอาย ทำเป็นสิ่งที่ไม่ดี สมชายให้ความหมายของการล้อว่า คือการไม่ให้เกียรติ ดังนั้นความคิดของสมชายก็เลยเกิดขึ้นว่า คนที่ไม่ให้เกียรติ ควรได้รับการลงโทษ สมชายจึงตะคอกเพื่อน และขว้างรายงานของตนเองไปที่กลุ่มเพื่อน ดังนั้นพฤติกรรมก้าวร้าวของสมชาย จึงมีสาเหตุมาจากการรับรู้ และกระบวนการคิดนั่นเอง

กลุ่มที่ 5 กลุ่มประสาทและชีวภาพ แนวคิดนี้มีหลักการว่า กระบวนการทางจิตทุกประเภทของมนุษย์ มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่สมอง และระบบประสาท การศึกษาพฤติกรรมของบุคคล ต้องศึกษาการทำงานของสมองและระบบประสาทด้วย หากจะศึกษาเกี่ยวกับ พฤติกรรมความก้าวร้าว แนวคิดกลุ่มนี้จะให้ความสนใจว่า สมองและระบบประสาททำงานอย่างไร ในขณะที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น พฤติกรรมก้าวร้าวของสมชายที่มีต่อเพื่อนๆ ในชั้นเรียน เป็นเพราะ เซลล์สมอง หรือ นิวรอนส Neurons มีใยประสาทตัวส่ง หรือ แอ๊กซอน Axon และ ใยประสาทตัวรับ หรือ Receptor โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น ประจุไฟฟ้าในเซลล์สมองจะ ประทุ ส่งผลให้เซลล์สมองหลั่งสารเคมี และฮอร์โมน มี Neurotransmitter ทำหน้าที่ช่วยส่งข้อมูลผ่าน “จุดเชื่อม” หรือ “Synapse” เมื่อสมองที่มีการรับส่งบ่อย ๆ ก็จะทำให้จุดเชื่อมแข็งแรงขึ้น และตัวรับส่งข้อมูลก็จะเพิ่มปริมาณจำนวนมากขึ้น ส่งผลทำให้ระบบการทำงานในสมองดีขึ้น ดังนั้น หากสมชายปล่อยให้ตนเองโกรธบ่อยขึ้น ก็ทำให้จุดเชื่อม และตัวรับส่งข้อมูลด้านความโกรธทำงานดีขึ้น ส่งผลทำให้สมชายกลายเป็นคนที่โกรธง่ายขึ้น ดังนั้น ความโกรธของสมชายเป็นเพราะ ระบบการทำงานของสมอง และสารเคมีในส่วนของความโกรธของสมชายทำงานกันอย่างเข้มแข็งนั่นเอง

จะเห็นว่า แต่ละแนวคิด และทฤษฎีทางจิตวิทยา พยายามอธิบายพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์จากหลากหลายมุมมอง แต่ละมุมมองก็มีหลักการอธิบายของตนเอง ดังนั้นในปัจจุบัน จึงนิยมในการทำความเข้าใจมนุษย์ โดยใช้มุมมองที่หลากหลายด้าน จากหลากหลายแนวคิด เพื่อบรรยาย อธิบาย ทำนาย และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น แนวคิด และทฤษฎีต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้เข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์มากขึ้น และเป็นประโยชน์สำหรับการทำความเข้าใจตนเอง และผู้อื่น

 

สวัสดีครับ เนื้อหาทั้งหมดนี้ก็คือคำบรรยายของคลิปวีดีโอนี้นะครับ เนื้อหาดีๆ นำมาฝากครับ จะนำคลิปวีดีโอ ดีๆ นำมาฝากเรื่อยๆ นะครับ อย่าลืมช่วยกันกดติดตามคลิปวีดีโอด้านบนด้วยนะครับ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าของคลิปครับผม