กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกล้วยไม้



 

สวัสดีคะ เนื้อหาคราวนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกล้วยไม้นะคะ ซึ่งเนื้อหานี้ก็เป็นคำบรรยายของคลิปวีดีโอนี้เองค่ะ ดูแล้วก็ช่วยกันกดติดตามวีดีโอ ด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดความรู้ดีๆ ในคราวหน้าค่ะ

สำหรับผู้ที่ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรก เรื่องกฎหมายคงไม่มีบทบาทสำคัญมากนัก แต่สำหรับผู้ที่ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เพื่อการค้า กฎหมายจะเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้นั้น มีเรื่องกฎหมายที่ควรจะรู้อยู่หลายประการด้วยกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นกฎหมายภายในประเทศกับกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งในวันนี้ดิฉันจะเล่าให้ฟังถึงกฎหมายที่มีบทบาทต่อ การค้ากล้วยไม้ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกล้วยไม้ ได้แก่ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งได้กำหนดไว้ว่า ของป่าหมายถึงของที่ขึ้นในป่าหรือในธรรมชาติ ผู้ใดเก็บหาของป่าต้องได้รับการอนุญาติจากเจ้าหน้าที่และต้องเสียค่าภาคหลวง

ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า ไม้หมายถึงพันธุ์ไม้ทุกชนิดทั้งที่เป็นต้น เป็นกอ เป็นเถา ตลอดจนส่วนต่างๆของไม้ และในมาตรา 16 วงเล็บ 7 ห้ามไม่ให้ผู้ใดเก็บหา นำออกไปทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่ง กล้วยไม้ น้ำผึ้ง ครั่ง ถ่านไม้ เปลือกไม้ มูลค้างคาว ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 วงเล็บ 7 ตามที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น จะต้องโทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ได้มีพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งได้มีการกำหนดไว้ว่า ของป่าหมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่ในป่า และในมาตรา 14 ห้ามเก็บของป่าออกมาจำหน่ายหรือนำออกมาใช้ประโยชน์ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 14 ต้องโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท ในส่วนของประเทศไทย เรามีพระราชบัญญัติที่เพิ่งมีการประกาศใช้ในปี พ.ศ.2512 เป็นพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งมีผลต่อผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ในประเทศไทย ได้มีการออกกฎหมายว่าด้วยการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งทำให้ปัจจุบันนี้มีการขึ้นทะเบียนกล้วยไม้สกุลหวายและสกุลแวนด้า

ถ้าท่านผู้ไหนสนใจว่ามีกล้วยไม้สกุลหวายหรือกล้วยไม้แวนด้าชนิดใด ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์ได้บ้างแล้ว สามารถดูได้จากเว็บไซต์กรมวิชาการเกษตร โดยทั่วไปแล้วพันธุ์พืชใหม่จะได้มาจากการปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งพืชที่ได้มาจากการปรับปรุงพันธุ์นั้น จะต้องมีการพิสูจน์ว่า มีลักษณะเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความสม่ำเสมอ และมีความคงตัวด้วย ทั้งนี้พันธุ์พืชที่เป็นพืชใหม่นั้น ต้องไม่เคยนำส่วนขยายพันธุ์มาจำหน่ายเกินกว่า 1 ปี และต้องไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อดีของการขอความคุ้มครองในกรณีที่เป็นพันธุ์พืชใหม่นั้น เจ้าของพันธุ์สามารถเก็บค่าลิขสิทธิ์พันธุ์ จากผู้ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ ในกรณีที่ผู้นำไปใช้ประโยชน์นั้น นำไปขยายพันธุ์หรือนำไปจำหน่าย เงินที่เก็บได้เรียกว่าค่า Royalty หรือค่าลิขสิทธิ์พันธุ์ วันนี้ท่านผู้เรียนก็ได้ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ที่มีบทบาทต่อการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ของประเทศไทย โดยเฉพาะการนำเอากล้วยไม้ป่าออกมาปลูกเลี้ยงนั้น ท่านผู้เรียนก็มีความเข้าใจแล้วว่ากฎหมายนั้น มีผลบังคับต่อผู้ปลูกเลี้ยงอย่างไร ในลำดับต่อไปก็จะเล่าถึงกฎหมายของต่างประเทศ ที่มีผลต่อการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เชิงการค้าต่อไป สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ